|
สาละวินโพสต์ล่าสุด ฉบับที่ 47 (16 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2551}
|
ข่าว/สถานการณ์ล่าสุด
รวมบทความน่าอ่าน
สาละวินโพสต์ฉบับย้อนหลังฉบับที่ 46 (1 พ.ค. -15 มิ.ย 51) เรื่องจากปก : จากสึนามิถึงนาร์กิส เสียงร่ำไห้ที่ไม่มีใครได้ยิน - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ดูฉบับย้อนหลังทั้งหมด คลิก Who's OnlineWe have 188 guests online |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||




"เรารู้มานานแล้วว่า รัฐบาลพม่าไม่ใช่คน
กลางดึกของคืนวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 พายุไซโคลนนาร์กิส ซึ่งมีความเร็วลมสูงสุดวัดได้ 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้พัดขึ้นฝั่งพม่าในพื้นที่ราบลุ่มปากแม่น้ำอิระวดี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญที่สุดของประเทศ ทั้งยังเป็นที่ราบต่ำกว้างไพศาล ไม่มีภูเขากำบัง ไม่มีแนวปราการธรรมชาติใดๆมาปิดกั้น แรงพายุทำให้เกิดคลื่นก่อตัวในทะเลที่มีความสูงกว่า 3.5 เมตรซัดถล่มหมู่บ้านชาวนาชาวประมงบริเวณปากน้ำอิระวดี โดยพื้นที่ประสบภัยขนาดหนักประกอบด้วย เมืองงะปุตอ (Ngapudaw) เมืองลาบุตตา (Labutta) เมืองเมาะลำไยจูน (Mawlamyainggyun) เมืองพยาโปง (Pyapon) เมืองโบ่กะเล (Bogale) เมืองไจ้ก์ลัต (Kyaiklat) เมืองเดดะแย (Dedaye) ซึ่งอยู่ในมณฑลอิระวดี และอีกหลายเมืองที่อยู่ในมณฑลพะโค และมณฑลย่างกุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกันและบ้านเรือนส่วนใหญ่ของประชาชนบริเวณนั้นเป็นเรือนไม้ไผ่ ฝาขัดแตะ สร้างด้วยวัสดุที่ไม่มีความแข็งแรงเพียงพอจะปกป้องคนหลายแสนชีวิตในพื้นที่นั้น
อาจกล่าวได้ว่า การเมืองพม่าในรอบสองสามปีที่ผ่านมา มีความสลับซับซ้อนและประกอบด้วยเหตุการณ์อันน่าระทึกใจที่ส่งผลกระทบต่อชะตาชีวิตของชาวพม่าและการดำรงอยู่ของระบอบทหารอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น การย้ายเมืองหลวงจากกรุงย่างกุ้งไปยังกรุงเนปิดอว์เมื่อต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งจัดเป็นการปรับเปลี่ยนศูนย์อำนาจทางการเมืองครั้งยิ่งใหญ่เพื่อสถาปนาความมั่นคงให้กับระบอบเผด็จการ ตามด้วยเหตุการณ์ลุกฮือของม็อบพระสงฆ์-ประชาชน ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน พ.ศ. 2550 ซึ่งจบลงด้วยการเคลื่อนกำลังทหารเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมจนนำไปสู่การนองเลือดในประวัติศาสตร์พม่า และเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาคือ การถล่มของพายุไซโคลนนาร์กิสในช่วงเวลาใกล้กับการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ
กว่าสามปีแล้วที่ฉันไม่ได้กลับไปเยี่ยมอาจารย์และเพื่อนๆ ที่พม่า ในช่วงปี 2546-2548 ฉันมีโอกาสเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างไทย-พม่าหลายครั้ง แต่ละครั้งอยู่ในพม่านานหลายเดือนเพื่อเก็บข้อมูลทำวิจัย พม่าจึงกลายเป็นบ้านหลังที่สองของฉัน และผู้คนที่ฉันรู้จักก็เปรียบเสมือนคนในครอบครัว
คุณจะรู้สึกอย่างไร หากต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า สูญเสียพ่อแม่จากภาวะสงคราม ไม่มีอาหาร น้ำดื่ม ที่พักอาศัย และความหวังถึงสันติภาพยังคงริบหรี่ ?
กลางเดือนมิถุนายน 2551 ท้องฟ้าเหนือเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนดำครึ้ม ในช่วงที่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมจากพายุไซโคลนนาร์กิสในพม่าเพิ่งผ่านพ้นมาไม่นาน บรรยากาศเช่นนี้อาจทำให้ใครหลายคน โดยเฉพาะชาวพม่าที่เข้ามาเป็นแรงงานในเมืองแห่งนี้ รู้สึกหดหู่ใจได้ไม่น้อย ทว่า ความรู้สึกเหล่านั้นกำลังจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เพราะคณะตลกระดับประเทศของพม่าในชื่อ "ตีเลตี" กำลังจะเปิดการแสดงการกุศลที่เชียงใหม่ในค่ำคืนนี้...
เหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิสพัดถล่มประเทศพม่าเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้นกลายเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในพม่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก ฉันชื่อนางตานตานเท เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย ในช่วงที่เกิดพายุไซโคลนนาร์กิส บ้านของฉันอยู่ที่หมู่บ้านเหย่ตวีนกง เภอแดดะแย ในภาคอิระวดี เหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิสจะเป็นสิ่งที่ฉันไม่มีวันลืมได้ลงจนวันตาย ฉันคลอดลูกคนที่สองในขณะที่พายุกำลังเข้าพัดถล่มในหมู่บ้านอย่างหนัก ฉันต้องกอดต้นมะพร้าวเอาไว้ในขณะที่ปวดท้องคลอดอย่างรุนแรง
ในบรรดาอาหารชาติพันธุ์สิบกว่าชนิดที่ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้อ่านในคอลัมน์นี้มาแล้ว บางเมนูกว่าจะหาเครื่องปรุงให้ครบ หรือแค่ให้ได้ใกล้เคียงกับต้นตำรับมากที่สุดต้องใช้เวลาค่อนวัน แต่บางเมนูก็สร้างความอร่อยอย่างน่าประหลาดใจด้วยส่วนประกอบเพียงไม่กี่อย่าง เช่นเดียวกับอาหารคะฉิ่นจานนี้ที่ชื่อ "พะรางมะไน" หรือ "ยำใบบัวบก" ที่อร่อยด้วยส่วนประกอบเพียงห้าชนิด
“ลุงโหม่ง!...ลุงโหม่ง !”
นานมาแล้วมีงูเหลือมตัวหนึ่ง ใช้หางของมันพันเกี่ยวต้นไม้ไว้ที่ฝั่งคลองอีกฝั่งหนึ่ง และใช้หัวพันเกี่ยวไว้ที่ฝั่งคลองอีกฝั่งหนึ่ง และวิดน้ำในลำคลองนั้น ภายหลังเมื่อน้ำแห้งขอดแล้วก็เห็นปลาเป็นจำนวนมาก และคิดขึ้นในใจว่ายังเหนื่อยอยู่และกินปลาในคลองไม่ไหว จึงพักนอนสักงีบและกะว่าจะกินปลาหลังจากที่ตื่นแล้ว
ย่างกุ้ง-การค้าอัญมณีในพม่ายังคึกคัก สะท้อนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐไม่ได้ผล
หลังจากท่องจำ ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก เสร็จ ตามด้วยการนับเลขหนึ่งถึงร้อย แม้สำเนียงยังตกตัวสะกดอยู่บ้าง แต่ก็เป็นไปอย่างแคล่วคล่อง


