เมืองบีลิน รัฐมอญ – ลูนหม่อง อดีตนายทหารระดับนายพลไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการปล่อยให้สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็แล้วกันไป และฝังสิ่งที่เขารับรู้ไว้ในผืนดิน ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้านุ่งโสร่ง เขากำลังทำความสะอาดโต๊ะในร้านอาหารแหงหนึ่งริมถนนในเมืองทางตอนใต้ของพม่า เป็นอีกโลกหนึ่งที่ห่างไกลจากชีวิตของเขาในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา เขาเล่าถึงเหตุการณ์ที่พลิกผันในชีวิตจนต้องตกต่ำลงมาเช่นนี้
ที่นี่ถูกเรียกขานว่าเป็น “ดินแดนของคนชรา” ด้วยความขัดแย้ง เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้รัฐมอญ ดินแดนทางตะวันตกของประเทศพม่าต้องสูญเสียบุคลากรคนหนุ่มสาวที่หลั่งไหลออกนอกพื้นที่เพื่อไปหางานทำยังต่างประเทศ ทว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังโปรโมทเรื่องการเปลี่ยนแปลงเพื่อสันติภาพและจะมีการพัฒนาในพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้รัฐมอญต้องย้อนกลับมามองอนาคตของตนเอง และการขาดแคลนบุคลากรหนุ่มสาว
ย่างกุ้ง ประเทศพม่า – โมซะ นักศึกษาเอกฟิสิกส์วัย 23 ปีจากวิทยาลัย มยิงจานใกล้กับมัณฑะเลย์เล่าว่า นักเรียนในชั้นจำนวนมากที่ไม่ได้เข้ามานั่งเรียน “นักเรียนส่วนใหญ่มาเพื่อเช็คชื่อเท่านั้นแล้วก็ไป” เขาบอกว่า การติดสินบนกับครูเพื่อแลกกับเกรดดีๆ และการโกงการสอบเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป คอมพิวเตอร์มีราคาแพง นักเรียนจึงมักจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ในขณะที่ห้องแล็บทางวิทยาศาตร์ยังคงขาดแคลนเครื่องมือ โมซะ บอก
เขตโอ๊กกั่น – กลุ่มม็อบชาวพุทธมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านวายนดอว์พร้อมด้วยดาบเป็นอาวุธ ทิ่มแทงชาวมุสลิมไม่ว่าหน้าไหนที่ไม่สามารถหนีทันได้ โมจ่อ วัย 59 ปีพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวของเขา 5 คนติดอยู่ท่ามกลางม็อบในช่วงบ่ายของวันอังคารที่ผ่านมาในหมู่บ้านวายนดอว์ ที่ชาวพุทธเริ่มโจมตีชุมชนชาวมุสลิม กลุ่มชาวพุทธเข้าไปในบ้านของเขาจากสองด้าน ไล่ต้อนให้คนในบ้านออกไปที่ถนนและไล่ฟันพวกเขาก่อนที่จะลงมือเผาบ้าน
หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้มัสยิดในย่างกุ้งเป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิตไปจำนวน 13 คน ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา ก็มีเสียงจากผู้คนในพื้นที่กล่าวถึงสาเหตุของเหตุอันน่าสลดดังกล่าวอยู่สามประการด้วยกัน อย่างแรกคือ เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างที่สอง เป็นการลอบวางเพลิง และสุดท้าย เป็นฝีมือของกลุ่มชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่ต้องการยั่วยุชาวพุทธ หากไม่นับทฤษฎีสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวพุทธจำนวนหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียงเชื่ออย่างนั้น สาเหตุสองข้อที่เหลือเป็นข้อสันนิษฐานที่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ก็เป็นมุมมองที่ดูจะละเลยความจริงที่ว่า ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ก่อตัวขึ้นแล้วระหว่างชาวพุทธและมุสลิมในพม่า
การวางแผงครั้งแรกของหนังสือพิมพ์รายวันของสำนักพิมพ์เอกชนในวันจันทร์นี้ สำหรับคนส่วนใหญ่ในพม่านับว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ หลายคนเกิดไม่ทันในยุคที่นายพลเนวินอนุญาตให้เฉพาะสื่อของรัฐเท่านั้นที่สามารถเผยแพร่หนังสือพิมพ์รายวันได้ ในช่วงปี 60 ด้วยซ้ำ
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จลาจลระหว่างชาวโรฮิงยากับชาวพุทธในเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างจับตามองเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นในพม่า และเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามมาอีกหลายครั้งก็ได้สร้างความกังขาให้กับนานาชาติเนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในประเทศที่ดูเหมือนจะเป็นไปในทางที่ดี ทว่า เหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นกลับรุนแรงกว่าทุกครั้ง ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่เมืองเม้กทีลา ภาคมัณฑเลย์ ภาคกลางของประเทศ และตกเป็นข่าวพาดหัวในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ บรรดาองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน กลุ่มที่สนับสนุนชาวโรฮิงยา และนักข่าวต่างก็รีบออกมาประนามชาวพุทธหัวรุนแรงว่าเป็นสาเหตุของความรุนแรงที่เกิดขึ้น
“ผมกลัวมากปืนกับมิตไซล์มาก” โซจ่อ อดีตทหารเด็กกล่าว เขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในกองทัพของรัฐบาลพม่าเมื่ออายุ 15 ปี “การทำงานกับอาวุธเป็นความรู้สึกที่ย่ำแย่มากสำหรับผม บางครั้งผมก็กลัวว่ามันอาจจะกลับมาและระเบิดใส่ผม ถ้ายิงไม่ถูกเป้า และผมอาจจะตายได้”
ไทใหญ่เชื่อมไทยในมิติการบริโภค เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่าคนพม่าและประเทศเพื่อนบ้านของเรารวมทั้งลาวและกัมพูชานั้นบริโภคสินค้าอุตสาหกรรมจากเมืองไทยเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้ต่างๆ ซึ่งเห็นดาดาษไปหมดตามร้านค้าและในตลาด แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นคืออาหารการกินบางอย่างก็ได้แพร่หลายไปสู่เมืองนาย ผ่านการอพยพของคนไทใหญ่ที่เข้าไปทำงานเมืองไทยนานหลายปี บางคนทำงานนานเป็นสิบปีขึ้นไป ดังนั้น การสื่อสารด้วยภาษาไทยจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับคนที่เมืองนาย บวกกับที่พวกเขาชอบเสพสื่อไทยมากกว่าสื่อพม่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ในวันที่ 13 มีนาคม เป็นวันครบรอบ 25 ปีที่ โพนมอว์ นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีย่างกุ้ง (Rangoon Institute of Technology -RIT) ถูกเจ้าหน้าของรัฐยิงเสียชีวิต โพนมอว์ เป็นคนแรกในบรรดานักศึกษาจำนวนกว่า 3 พันคนที่เสียชีวิตใหตุการณ์นองเลือดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 ปี 1988 หรือที่เรียกว่าเหตุการณ์ 8888 ที่เกิดการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยแต่ถูกรัฐบาลเผด็จการทหารใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม
หมู่บ้านอะลวนโซ, ประเทศพม่า – ชื่อของหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากย่างกุ้ง 25 กิโลเมตรแห่งนี้มีหมายถึง ความคิดถึง ซึ่งนอกจากมันจะเป็นความหมายของชื่อหมู่บ้านแล้ว ยังเป็นความรู้สึกของชาวนาที่นี่ ที่มีต่อที่ดินที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นของตน และช่วงเวลาที่เคยอยู่ที่นี่เมื่อหลายปีมาแล้ว
ประเพณีและการกินอยู่ ในช่วงที่ผู้เขียนเดินทางไปเมืองนายคือเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่คนทำบุญโก่วจาหรือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คนตายในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมีญาติของผู้ตายทำอาหารเลี้ยงพระและเพื่อนบ้าน ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพคนเดียวหรือมากกว่านั้นก็ได้ และชาวบ้านก็จะมาฟังการสวดที่เรียกว่า “ถ่อมลิก” กันที่วัดที่มีการจัดงาน ฉันโชคดีที่มีโอกาสไปร่วมงานนี้ด้วย แม้ว่าจะไม่รู้จักกับผู้ตายหรือญาติของผู้ตายโดยตรงก็ตาม
หอเจ้าฟ้าและบ้านหลานสาว คนที่เคยอ่านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับรัฐฉานหรือเมิงไต คงรู้ดีว่าระบบเจ้าฟ้า เป็นระบบการปกครองดั้งเดิมของรัฐฉานก่อนที่จะเสื่อมความสำคัญและยกเลิกไปในสมัยอาณานิคมอังกฤษเข้ามาปกครองพม่าเป็นต้นมา เมืองนายเป็นเมืองหนึ่งที่มีเจ้าฟ้าปกครองและเป็นเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ที่เจ้าฟ้าได้รับการยกย่องจากเมืองใกล้เคียงว่ามีความยิ่งใหญ่ ด้วยความที่พม่าต้องการที่จะล้มเลิกระบบนี้พร้อมทั้งทำลายสถานที่ต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของไทใหญ่ การทำลาย เช่น หอหลวงที่เชียงตุง หรือยึดครองหอหลวงซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าฟ้าและเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสมบัติของรัฐ เป็นวิธีการหนึ่งในนั้น ฉันถือว่าโชคดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสได้เข้าไปเยือนหอเจ้าฟ้าเมืองนาย ซึ่งเจ้าฟ้าองค์สุดท้ายของเมืองนายคือเจ้าเป้
หากใครที่มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวประเทศพม่าแล้วมีโอกาสแวะเวียนไปเยือนบ้านชาวพม่าแท้ (Burman) จะพบว่าชาวพม่าแท้มีวัฒนธรรมการต้อนรับผู้คนมาเยือนทั้งคนรู้จักและไม่รู้จักอย่างเอื้ออารีสะท้อนให้เห็นถึงไมตรีจิตของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี