+++มองการเมืองพม่า ขณะนี้การเลือกตั้งได้ผ่ านไปแล้ว แต่ ดูเหมือนผลการเลือกตั้งจะไม่ ได้รับการยอมรับในสายตานานาชาติคุณคิดว่า การเมืองพม่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
การเมืองการปกครอง, ฉบับที่ 63 (ม.ค. - ก.พ. 54), สัมภาษณ์นักข่าวมิซซิมา สัมภาษณ์นายพลโบเมียะ รองประธาน สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เค เอ็น ยู) ถึงนโยบายในอนาคตของเค เอ็น ยู และผลการหารือเพื่อตกลงหยุดยิงกับ รัฐบาลทหารพม่า การสัมภาษณ์มีขึ้นที่ชายแดนไทย-พม่า โดยมีผู้นำอาวุโสคนอื่นๆของเค เอ็นยู ร่วมอยู่ในวงสนทนาด้วย ได้แก่ ปะโด เดวิด ทอ ผู้นำกรรมการฝ่าย กิจการต่างประเทศของเค เอ็น ยู และ ปะโด กวยทู ประธานเขตมะริด-ทวาย ซึ่งทั้งสองได้ร่วมเจรจาสันติภาพกับ รัฐบาลทหารพม่าในครั้งที่เพิ่งผ่านมานี้เช่นกัน
กะเหรี่ยง, การเมืองการปกครอง, ฉบับที่ 13 (16 กพ. - 31 มีค. 47), สัมภาษณ์อาจารย์พรพิมล ตรีโชติ นักวิชาการด้านพม่าและชนกลุ่มน้อยจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเทศไทยควรมองพม่าอย่างไร เราต้องมองว่าที่ตั้งของประเทศพม่ามีความสำคัญมากกว่าการมีพรมแดนสองพันกว่ากิโลเมตรติดกับเรา เพราะโดยทางภูมิศาสตร์เขาอยู่ใกล้กับมหาอำนาจถึงสองอำนาจในเอเชีย คือจีนและอินเดีย ประเด็นสำคัญก็คือ ทั้งจีนและอินเดียสามารถใช้ประโยชน์จากพม่าได้เยอะมากโดยเฉพาะจีน ใช้ประโยชน์จากพม่าทั้งทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือใช้สภาพทางภูมิศาสตร์หรือภูมิประเทศของพม่าให้เกิดประโยชน์กับเขาได้เยอะมาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ กรณีที่จีนจะทางออกไปสู่เอเชียใต้ ไม่ว่าอินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน จีนจะต้องผ่านพม่า หลังจากผ่านพม่าแล้ว ยังสามารถทะลุจากอินเดียเข้าไปถึงเอเชียกลาง และจากเอเชียกลางเข้าไปถึงยุโรป เพราะฉะนั้นถ้ามองเชิงของภูมิศาสตร์และการค้าในอนาคต พม่ามีความหมายกับจีนมากที่สุด
ความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ฉบับที่ 18 (1 ตค. - 15 พย.47), สัมภาษณ์อาจกล่าวได้ว่า นับตั้งแต่รัฐบาลทหารมีนโยบายเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว พรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตยในพม่า หรือ พรรคเอ็นแอลดี ได้ลุกขึ้นมารณรงค์ต่อต้านเรื่องนี้อย่างชัดเจน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่อยากเข้าไปชื่นชมความงามในพม่าเกิดคำถามค้างคาใจมากมาย เพราะยังไม่เข้าใจว่า การท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยในพม่าอย่างไร ? เพื่อไขข้อข้องใจนี้ สาละวินโพสต์จึงนำบทสัมภาษณ์อองซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดี ให้สัมภาษณ์นักข่าวต่างประเทศที่กรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ซึ่งเผยแพร่ อยู่บนเว็บไซต์ www.ibiblio.org/freeburma/boycott/tourism/tourism.html มาให้ท่านได้อ่าน แม้ว่าเวลาในบทสัมภาษณ์นี้จะล่วงเลยผ่านมานานถึง 10 ปี แต่สาละวินโพสต์ เห็นว่าเนื้อหายังคงสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงนำมาถอดความจาก ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยเพื่อให้ผู้อ่านสาละวินโพสต์ได้นำมาไตร่ตรองก่อนตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวพม่า
การท่องเที่ยว, ฉบับที่ 24 (1 ก.ค.- 15 ส.ค. 48), สัมภาษณ์“ถ้าคนไทยเราให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่จะมีความสัมพันธ์กันต่อไปอย่างไร เราก็จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของประเทศอื่นๆ ที่มีชายแดนติดกัน แล้วเขาก็จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของเราเหมือนกัน” เมื่อเอ่ยถึงผู้ทำงานติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องคนไร้รัฐไร้สัญชาติในสังคมไทย ชื่อของ เตือนใจ ดีเทศน์ จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของบุคคลสำคัญที่มีส่วนผลักดันกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติและกฎหมายที่เคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานหลายฉบับในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นอกจากนี้ ท่านยังเคยมีโอกาสเดินทางไปยังประเทศพม่า ได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพม่าจนเกิดความประทับใจนำเรื่องราวมาถ่ายทอดให้ฟังในคอลัมน์ครั้งหนึ่งในความทรงจำฉบับนี้
สัมภาษณ์“เราต้องมองการเมืองในมุมใหม่โดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” อาจกล่าวได้ว่า พื้นที่ชายแดนไทย-พม่า โดยเฉพาะในเขตที่มีการสู้รบฝั่งพม่าถือเป็นพื้นที่เสี่ยงตายที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ตรงกันข้าม มีแต่ผู้คนไหลทะลักข้ามพรมแดนมายังฝั่งไทย จึงเป็นเรื่องไม่ปกตินักที่จู่ๆ วันหนึ่ง นักศึกษาไทยระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮาวายอิ ประเทศสหรัฐอเมริกาเลือกที่จะเดินทางเข้าสู่สมรภูมิรบและบริเวณต่างๆ ตามชายแดน เพื่อเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์จนสามารถเรียนจบปริญญาเอกได้ดังตั้งใจ นับตั้งแต่เรียนจบปริญญาเอกและได้กลับมาทำงานในฐานะอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาได้กลายเป็นนักวิชาการไทยคนแรกที่ทำงานวิจัยในประเด็นเรื่องความน่าสะพรึงกลัวของรัฐและยังเป็นนักวิชาการไทยเพียงไม่กี่คนที่เดินทางไปสอนหนังสือใต้ร่มไม้ในพื้นที่ชายแดน สลับกับการสอนนักศึกษาในห้องแอร์ของเมือง เพราะเหตุใดเขาจึงเลือกทำในสิ่งที่เป็นอยู่ คำตอบอยู่ในมือท่านแล้ว
กะเหรี่ยง, ชายแดนไทย-พม่า, ผู้ลี้ภัย, สัมภาษณ์จากความรู้สึกแปลกแยกกับความเป็นมอญในตัวเองสมัยเมื่อยังเด็กที่ถูกพ่อเคี่ยวเข็ญให้เรียนภาษามอญมาโดยตลอด จนมาค่อยๆได้เรียนรู้และซึมซับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติพันธุ์ด้วยตนเองจากการอ่าน ทุกวันนี้นักเขียน และนักประวัติศาสตร์มอญหนุ่มจากสมุทรสาครผู้นี้ ไม่เพียงรับหน้าที่สืบสานวัฒนธรรมมอญในฐานะประธานชมรมเยาวชนมอญกรุงเทพฯที่อายุน้อยที่สุดเท่านั้น หากเขายังเป็นหนึ่งในทีมผู้จัดทำเว็บไซต์ www.monstudies.com ที่เผยแพร่เรื่องราวทุกแง่มุมเกี่ยวกับชนชาติมอญให้คนทั่วไปได้รับรู้ และเป็นนักเขียนที่เขียนบทความเกี่ยวกับมอญลงในนิตยสารอยู่อย่างสม่ำเสมออีกด้วย ล่าสุดผลงานเขียนสารคดีท่องเที่ยวเรื่อง “ ต้นทางที่มะละแหม่ง” ของเขา ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของการเดินทางข้ามพรมแดนเข้าไปในรัฐมอญในพม่าโดยแฝงตัวเข้าไปในฐานะคนมอญคนหนึ่ง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดงานเขียนรางวัลนายอินทร์อวอร์ดประจำปี พ.ศ. 2549 ในเวลาเดียวกันกับที่ตัวเขาเองกำลังคร่ำเคร่งกับการเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโทสองบทสุดท้ายเรื่อง “ บทบาทสตรีมอญในราชวงศ์จักรี “ ไปด้วย
กลุ่มชาติพันธุ์, ฉบับที่ 35 (16 พ.ย. - 31 ธ.ค. 49), มอญ, ศิลปะวัฒนธรรม, สัมภาษณ์เป็นที่ทราบกันดีว่า ลูกเรือประมงเป็นหนึ่งในอาชีพที่รัฐบาลไทยอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทำงานอย่างถุกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากแรงงานไทยไม่นิยมสมัครเข้าทำงาน เนื่องจากเป็นงานหนัก ค่าแรงน้อย และต้องจากครอบครัวไปไกล หากเป็นลูกเรือประมงในน่านน้ำไทย การออกเรือแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงไม่กี่วันจึงกลับเข้าฝั่ง แต่หากเป็นลูกเรือประมงนอกน่านน้ำไทย เช่น น่านน้ำอินโดนีเซีย การออกเรือแต่ละครั้งใช้เวลาอย่างน้อยสองปี หรือบางครั้งอาจยาวนานถึงเจ็ดปีกว่าจะได้กลับขึ้นฝั่งที่ประเทศไทยอีกครั้ง การใช้ชีวิตบนเรือประมงที่ยาวนานนับปีเป็นอย่างไร ค้นหาคำตอบได้ในบทสัมภาษณ์ที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้
ฉบับที่ 34 (1 ต.ค. - 15 พ.ย. 49), สัมภาษณ์, แรงงานข้ามชาติปลายเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางขุนเขาและแสงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างทั่วท้องฟ้าในหมู่บ้านกลางป่า บ้านห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน นอกจากพวกเราจะได้ร่วมงานคอนเสิร์ต “เสียงเผ่าชนคนต้นน้ำ” ที่ ชุมชนคนรักษ์ป่าจัดขึ้นแล้ว เรายังมีโอกาสได้พูดคุยกับศิลปินเพลงกะเหรี่ยงหรือปกากะญอชื่อดังสองท่าน ซึ่งมีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีประจำเผ่าที่เรียกว่า เตหน่า หรือ พิณกะเหรี่ยง คือ ตือโพ ชายหนุ่มวัย 36 ปี ผู้มีเตหน่าเป็นดั่งมือที่สาม เจ้าของสมญานาม “เบิร์ดธงชัยของคนกะเหรี่ยง” ส่วน คนอีกคนหนึ่งคือ สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ หรือที่รู้จักกันในนามของ ชิ สุวิชาน หนุ่มปกากะญอจากดินแดนมูเส่คี ป่าสนวัดจันทร์ ที่ให้เกียรติมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับเสียงดนตรี “เตหน่า” และสายสัมพันธ์ของคนกะเหรี่ยงในไทยและพม่าที่พวกเขาได้รับรู้และสัมผัส
กะเหรี่ยง, ฉบับที่ 21 (16 ก.พ. - 31 มี.ค 48), ปะกาเกอะญอ, ศิลปะวัฒนธรรม, สัมภาษณ์อาจกล่าวได้ว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนในประเทศพม่ากำลังเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และปัญหานี้กำลังเดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งไทย จีน อินเดีย และบังคลาเทศโดยไม่สามารถควบคุมได้ สถานการณ์ปัญหาสุขภาพในพม่ามีต้นตอของปัญหามาจากไหนและทางออกของปัญหาควรเป็นอย่างไร สาละวินโพสต์ฉบับนี้ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นายแพทย์วิทย์ (หมายเหตุ – ขอสงวนชื่อจริงเพื่อความความปลอดภัยในการทำงานเก็บข้อมูล) หนึ่งในทีมวิจัยทางสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอพกินส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้มีประสบการณ์รักษาและทำงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของประชาชนบริเวณชายแดนไทย-พม่ามาตลอดระยะเวลา 5 ปี
ฉบับที่ 30 (1 เม.ย. - 15 พ.ค. 49), สัมภาษณ์, สิทธิมนุษยชน, สุขภาพเอกภพ ดัสต์ เวลาได้ยินเรื่องราวที่รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง หลายคนคงเคยมีอาการคล้ายผมที่เกิดคันไม้คันมือขึ้นมา คิดว่าอยากทำอะไรสักอย่าง ยิ่งถ้าคิดว่าเราทำอะไรได้ก็มักอยากแสดงบทพระเอกทุกครั้งไป และพาลหงุดหงิดด้วยความไม่เข้าใจว่าคนที่มีส่วนรับผิดชอบปล่อยให้เรื่องราวความอยุติธรรมเช่นนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร หรืออาจถึงขั้นเบื่อโลกและอยากเป็นผู้นำการปฏิวัติ แต่ท้ายสุดผมก็ปล่อยให้อาการอึดอัดอยากช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเช่นนั้นทุเลาไปเองขณะที่ค่อยๆ หันมาหมกมุ่นกับปัญหาของตัวเองเช่นเดิม
ฉบับที่ 36 (1 ม.ค -15 ก.พ. 50), สัมภาษณ์, สิทธิมนุษยชน, แรงงานข้ามชาติคอลัมน์สัมภาษณ์ฉบับนี้มีโอกาสได้สัมภาษณ์ “เหม่ เญง” นักเขียนนิยายที่มีผลงานเขียนมากมายในรูปบทกวี เรื่องสั้น และนวนิยาย นอกจากนี้เธอยังเคยเป็นอาจารย์สอนวรรรณคดีที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในพม่ามานานเกือบ 20 ปี นักเขียนและอาจารย์วัย 40 ปีท่านนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณคดีพม่ามากที่สุดคนหนึ่ง เธอได้รับปริญญาทางด้านภาษาและวรรณคดีพม่าถึง 3 ปริญญา คือ ปี ค.ศ. 1984 ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต ปี ต่อมาปี ค.ศ. 1986 ได้รับปริญญาศิลปะศาสตร์ เกียรตินิยม และปี ค.ศ. 1994 ปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต จนถึงปัจจุบัน อาจารย์และนักเขียนหญิงคนนี้มีผลงานเรื่องสั้นกว่า 180 กว่าเรื่อง นวนิยาย 10 เรื่อง และงานเขียนประเภทบทความและบทกวีอีกจำนวนนับไม่ถ้วน ถนนชีวิตนักเขียนหญิงและอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านนี้เริ่มต้นและดำเนินไปอย่างไร ค้นหาคำตอบได้ในบทสัมภาษณ์ตรงหน้าคุณขณะนี้
ฉบับที่ 27 (15 พ.ย - 31 ธ.ค. 48), วรรณกรรม, ศิลปะวัฒนธรรม, สัมภาษณ์หากลอง ถามผู้อ่านที่สนใจติดตามสถานการณ์ประเทศพม่าว่า นักข่าวหรือคอลัมน์นิสต์คนไหนที่นำเสนอเรื่องพม่าได้กระทบใจคนอ่านมากที่สุด หนึ่งในคำตอบนั้นจะต้องมีชื่อของ สนิทสุดา เอกชัย คอลัมน์นิสต์หญิง ผู้ช่วยบรรณาธิการหน้า Outlook แห่งหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน งานเขียนของเธอในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะลดอคติ ของคนไทยต่อคนจากประเทศพม่ามาโดยตลอด รวมทั้งพยายามนำเสนอแง่มุมความคิดในการเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์แบบไม่มี พรมแดนขวางกั้นได้อย่างลึกซึ้ง สัมภาษณ์พิเศษฉบับนี้จะพาคุณไปรู้จักเบื้องหลังความคิดและการทำงานของ คอลัมน์นิสต์หญิงชื่อดังคนนี้กันให้มากขึ้น
ฉบับที่ 23 (16 พ.ค. - 30 มิ.ย 48), สัมภาษณ์, สื่อมวลชน, อคติทางชาติพันธุ์“ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” สำนวนนี้อาจไม่ตรงกับเรื่องราวเกี่ยวกับชาติพม่าที่ปรากฏในตำราประวัติศาสตร์ไทยเพราะชาติพม่าได้ถูกสร้างภาพให้เป็น “ศัตรู” ของชาติไทยในตำราเรียนประวัติศาสตร์ที่สอนกันในห้องเรียนมานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันส่วนเพื่อนบ้านอื่นๆ อย่าง ลาว เขมรและมาเลเซียก็ถูกสร้างภาพในเชิง“ดูถูก”มากกว่ายกย่องภาพลักษณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรผลพวงจากอคติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเรากับประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบันอย่างไรคำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์นักวิชาการประวัติศาสตร์และคอลัมน์นิสต์ผู้สร้างสรรค์บทความวิพากษ์สังคมไทยที่เผ็ดร้อนมากที่สุดคนหนึ่งซึ่งท่านกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้
ความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ฉบับที่ 25 (16 ส.ค. - 30 ก.ย. 48 ), ประวัติศาสตร์, สัมภาษณ์สาละวินโพสต์ฉบับนี้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณพงศ์ธร จันทร์เลื่อนผู้จัดการโครงการเพื่อชายรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพใช้ชีวิตทางเพศอย่างรับผิดชอบและปลอดภัย หรือ Mplus ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานกับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายซึ่งรวมถึงกลุ่มชายผู้ให้บริการทางเพศในจังหวัดเชียงใหม่ จากการทำงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมาขององค์กรนี้พบว่า กลุ่มผู้ให้บริการทางเพศสำหรับชายรักชายเริ่มมีกลุ่มชาวไทยใหญ่จากประเทศพม่าเข้ามาทำงานเป็นสัดส่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเหตุใดชายหนุ่มเหล่านี้จึงตัดสินใจเข้าสู่อาชีพที่สังคมของตนเองยังมองว่าเป็น “สิ่งผิดบาป” หรือเป็น “เพศสัมพันธ์ต้องห้าม” และพวกเขาใช้ชีวิตอยู่อย่างไรในโลกของชายผู้ให้บริการทางเพศในดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน คำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์ตรงหน้าคุณแล้ว
ฉบับที่ 26 (1 ต.ค. - 15 พ.ย. 48), สัมภาษณ์, สุขภาพ, แรงงานข้ามชาติ