สุขภาพ

บทความทั้งหมดในหมวดหมู่ 22 บทความ

ชีวิตในมุมมืด ของชายขายบริการไทยใหญ่

โดย กีรติกานต์ แสงไฟหลากสีกระพริบพร่างพรายอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่แออัดยัดเยียดไปด้วยนักเที่ยวยามราตรีที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สายตาทุกคู่จับจ้องมองไปยังเวทีเตี้ย ๆ ที่สร้างขึ้นอยู่กลางห้องอย่างใจจดใจจ่อ ร่างที่แทบจะเปลือยเปล่าของชายหนุ่มรูปร่างกำยำ 3-4 คน ในชุดบิกินีตัวเล็กบางจิ๋วที่แทบจะปิดของสงวนไว้ไม่มิด กำลังเต้นยักย้ายส่ายสะโพกไปมาราวกับกำลังยั่วเย้าอารมณ์ของเหล่าท่านผู้ชมให้หลงอยู่ในความกำหนัด ณ บางมุมมืดของห้องเล็ก สายตาที่เปล่งประกายจากชายหนุ่มหน้าตาดีหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่แขกเหยื่อเหล่านั้นด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง ทั้ง ๆ ที่เขาเหล่านั้นทุกคนล้วนแล้วแต่เป็น”ผู้ชาย” ด้วยกันทั้งนั้น แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความกระอักกระอ่วนหรือขวยเขินให้เกิดขึ้นกับชายหนุ่มเหล่านั้นเลย

ฉบับที่ 26 (1 ต.ค. - 15 พ.ย. 48), สุขภาพ, แรงงานข้ามชาติ, ไทใหญ่

แม่ตาวคลินิก แสงสว่างในความมืดบนชายแดนตะวันตก

โดย ธันวา สิริเมธี เด็กชายโมเช่อายุ 12 ปี เกิดที่เมืองพะอัน จังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า เริ่มป่วยเป็นโรคหัวใจรูมาติค ตั้งแต่อายุ 7 ปี ทำให้เขาไม่สามารถวิ่งเล่นได้เหมือนเด็กทั่วไป แม่เคยพาไปพบหมอที่โรงพยาบาลในกรุงย่างกุ้ง หมอบอกว่าเขาจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดให้เร็วที่สุดก่อนที่อาการจะหนักจนลิ้นหัวใจตีบแคบลงและเสียชีวิตในที่สุด เนื่องจากครอบครัวของเด็กชายมีฐานะยากจนเช่นเดียวกับประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศพม่า ลำพังรายได้กับค่าใช้จ่ายประจำวันยังแทบไม่เพียงพอ โอกาสเก็บเงินค่าผ่าตัดลูกชายเป็นเพียงความฝันที่ไกลเกินเอื้อม ผู้เป็นแม่จึงต้องทนเฝ้าดูลูกชายเดินเข้าใกล้ความตายอย่างทุกข์ทรมานใจ วันหนึ่ง คนในหมู่บ้านมาบอกว่าที่ชายแดนไทยมีคลินิกแห่งหนึ่งรักษาโรคให้กับผู้ป่วยจากประเทศพม่าโดยไม่คิดค่ารักษา หากโชคดีเด็กชายอาจได้รับการผ่าตัด ได้ยินดังนั้น ผู้เป็นแม่จึงรวบรวมเงินค่าเดินทางพาลูกชายที่กำลังนอนรอความตายขึ้นรถมุ่งหน้ามายังแม่น้ำเมย พรมแดนธรรมชาติที่กั้นขวางชีวิตอันแตกต่างราวฟ้ากับดินของผู้คนบนสองแผ่นดินเอาไว้ ไม่กี่วันต่อมา เด็กชายถูกส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แพทย์ระบุว่า เด็กชาย ต้องได้รับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด โดยมีค่ารักษาเป็นเงินสองแสนบาท ทางคลินิกพยายามรวบรวมเงินบริจาคอยู่นานหลายเดือนแต่ก็ไม่สามารถหาได้ครบจำนวน หัวใจในร่างผอมบางค่อย ๆ เต้นช้าลงทีละน้อย แต่แล้วท่ามกลางความมืดมิดสิ้นหวัง แสงสว่างก็เริ่มเล็ดลอดเข้ามาส่องนำทางสู่ชีวิตใหม่ทางโรงพยาบาลได้ยื่นข้อเสนอลดค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมีผู้ใจบุญเสนอให้ความช่วยเหลือ หลายเดือนผ่านไป จดหมายลายมือโย้เย้ฉบับหนึ่งเดินทางจากอำเภอแม่สอดไปถึงโรงพยาบาล มหาราชนครเชียงใหม่ ภายในมีข้อความว่า “ขอบคุณที่ให้ชีวิตใหม่กับผม” บนถนนจากอำเภอแม่สอดสู่สะพานมิตรภาพไทย-พม่า เด็กชายโมเช่กำลังนั่งรถมุ่งหน้าสู่ริมน้ำเมยเพื่อข้ามพรมแดนกลับไปสู่แผ่นดินเกิดพร้อมกับหัวใจดวงเดิมที่ผ่านการซ่อมแซมจนหายเป็นปกติ …ปลายทางเดียวกัน……………………. ทุกๆ เช้าวันจันทร์บนรถสองแถวสายริมแม่น้ำเมย อำเภอแม่สอดมักคลาคล่ำไปด้วยผู้ป่วยและญาติจากหลากหลายพื้นที่ของประเทศพม่าที่มุ่งหน้าสู่ปลายทางเดียวกัน เมื่อรถจอดหน้า “แม่ตาวคลินิก” ผู้โดยสารเกือบทั้งคันทยอยก้าวลงจากรถ บ้างอุ้มลูกน้อยอาการตัวหนาวสั่น บ้างหอบหิ้วร่างพิการไร้ขา [...]

กะเหรี่ยง, ฉบับที่ 31 (16 พ.ค. - 30 มิ.ย. 49), สิทธิมนุษยชน, สุขภาพ, แรงงานข้ามชาติ

หมอซินเทีย : แพทย์หญิงชาวกะเหรี่ยงของคนไข้สงคราม

ในสายตาของรัฐบาลพม่า ดร.ซินเทียคือผู้หลบหนีความผิด ผู้ทำงานต่อต้านรัฐบาลและผู้ก่อการร้ายลักลอบขนฝิ่นข้ามแดนผู้นำรัฐบาลทหารพม่าปฏิเสธที่จะเรียกเธอว่า “หมอ” แต่ใส่ร้ายป้ายสีความผิดเหล่านี้ให้เธอ บนเว็บไซต์ไร้สาระของรัฐบาล ทว่า ความพยายามเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร เพราะความดีของเธอมากล้นเกินกว่าคำใส่ร้ายป้ายสีใด ๆ จะกลบเกลื่อนได้มิดชิด

กะเหรี่ยง, ฉบับที่ 10 (1 ก.ย.-15 ต.ค. 46), รู้จักคนดัง, สิทธิมนุษยชน, สุขภาพ

สัมภาษณ์ : มองปัญหาสุขภาพข้ามพรมแดนจากพม่าสู่ไทย

อาจกล่าวได้ว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนในประเทศพม่ากำลังเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และปัญหานี้กำลังเดินทางข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งไทย จีน อินเดีย และบังคลาเทศโดยไม่สามารถควบคุมได้ สถานการณ์ปัญหาสุขภาพในพม่ามีต้นตอของปัญหามาจากไหนและทางออกของปัญหาควรเป็นอย่างไร สาละวินโพสต์ฉบับนี้ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นายแพทย์วิทย์ (หมายเหตุ – ขอสงวนชื่อจริงเพื่อความความปลอดภัยในการทำงานเก็บข้อมูล) หนึ่งในทีมวิจัยทางสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอพกินส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้มีประสบการณ์รักษาและทำงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของประชาชนบริเวณชายแดนไทย-พม่ามาตลอดระยะเวลา 5 ปี  

ฉบับที่ 30 (1 เม.ย. - 15 พ.ค. 49), สัมภาษณ์, สิทธิมนุษยชน, สุขภาพ

บทสัมภาษณ์พิเศษ : เผยสถานการณ์ ชายขายบริการไทยใหญ่ บทสะท้อนปัญหาจากพม่าสู่ไทย

สาละวินโพสต์ฉบับนี้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณพงศ์ธร จันทร์เลื่อนผู้จัดการโครงการเพื่อชายรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพใช้ชีวิตทางเพศอย่างรับผิดชอบและปลอดภัย หรือ Mplus ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานกับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายซึ่งรวมถึงกลุ่มชายผู้ให้บริการทางเพศในจังหวัดเชียงใหม่ จากการทำงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมาขององค์กรนี้พบว่า กลุ่มผู้ให้บริการทางเพศสำหรับชายรักชายเริ่มมีกลุ่มชาวไทยใหญ่จากประเทศพม่าเข้ามาทำงานเป็นสัดส่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเหตุใดชายหนุ่มเหล่านี้จึงตัดสินใจเข้าสู่อาชีพที่สังคมของตนเองยังมองว่าเป็น “สิ่งผิดบาป” หรือเป็น “เพศสัมพันธ์ต้องห้าม” และพวกเขาใช้ชีวิตอยู่อย่างไรในโลกของชายผู้ให้บริการทางเพศในดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน คำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์ตรงหน้าคุณแล้ว 

ฉบับที่ 26 (1 ต.ค. - 15 พ.ย. 48), สัมภาษณ์, สุขภาพ, แรงงานข้ามชาติ

เล่าสู่กันฟัง : เหตุเกิดที่สถานีขนส่งเชียงราย

ผมมีประสบการณ์เกี่ยวกับคนพม่าอยากจะเล่าให้ฟัง แต่ก่อนอื่นผมต้องขอถามก่อนว่า คนเราไม่ว่าจะเป็น พม่า ลาว เขมร อเมริกาก็เป็นคนเหมือนกันใช่หรือไม่ ? แต่ทำไมคนเราจึงถูกกระทำที่ต่างกันเหลือเกิน ดังเช่นเหตุการณ์ต่อไปนี้ที่ผมได้ประสบมากับตัวเอง…

ฉบับที่ 26 (1 ต.ค. - 15 พ.ย. 48), สิทธิมนุษยชน, สุขภาพ, เล่าสู่กันฟัง

โลกแห่งความฝันของหญิงสาวชื่อ “โซเฟีย”

“เมื่อปีที่ผ่านมา ฉันฝันเห็นตัวเองอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ฉันไม่เคยไปมาก่อน หมู่บ้านแห่งนั้นมีบ้านประมาณร้อยกว่าหลังคาเรือน ที่นั่นไม่มีการสู้รบ ชาวบ้านทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ชีวิตสงบสุขเรียบง่าย ไม่ต้องหวาดกลัวทหารของทุกฝ่าย ชาวบ้านทำงานในไร่นา มีอาหารมากมายพอเพียงกับทุกคน ในฝันฉันเห็นตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่กำลังอบรมความรู้ด้านสุขภาพให้กับคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน ฉันมีความสุขมาก” โซเฟีย หญิงสาวเชื้อสายกะเหรี่ยงจากประเทศพม่าวัย 28 ปี ถ่ายทอดเรื่องราวในโลกแห่งความฝันด้วยแววตาเปล่งประกาย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเศร้าสลดเมื่อเอ่ยถึงโลกแห่งความจริงยามลืมตาตื่น “พอฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้า ฉันก็พบความจริงที่ว่าหมู่บ้านแห่งนั้นไม่มีในชีวิตจริง ฉันไม่เคยไปที่นั่นและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ไปถึง” โซเฟียเกิดในรัฐกะเหรี่ยง ไม่ไกลจากชายแดนไทย เธอได้เรียนหนังสือในหมู่บ้านถึงชั้นอนุบาล 1 หลังจากนั้นต้องหนีภัยสงครามมาอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยบนชายแดนไทย แม้วันนี้ เวลาจะล่วงผ่านไปนานเกือบ 25 ปีแล้ว แต่ภาพสงครามบนแผ่นดินเกิดกลับยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ “แม้ว่าตอนนั้นฉันจะอายุแค่สามสี่ขวบ แต่ฉันก็ยังจำเหตุการณ์บางอย่างได้ดี บางวันนั่งเรียนหนังสืออยู่ดีๆ ครูก็พาวิ่งไปหลบกระสุนในหลุมหลบภัยหรือซ่อนอยู่ในป่า บางครั้งโรงเรียนก็ปิด ไม่ได้ไปโรงเรียนหลายวัน” นับตั้งแต่พม่าได้เอกราชจากอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2490 ไฟสงครามระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพกะเหรี่ยงเคเอ็นยูก็เริ่มต้นขึ้นและลุกลามไปจนทั่วรัฐกะเหรี่ยง กองทัพพม่าได้ใช้นโยบายตัดสี่ คือ อาหาร เงินทุน ข่าวสาร อาวุธ เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของกองกำลังกะเหรี่ยง โดยหนึ่งในวิธีปฏิบัติที่นิยมใช้ คือ เผาหมู่บ้าน ยุ้งฉาง และไร่นาของชาวบ้านจนราบคาบเพื่อไม่ให้ชาวบ้านมีเสบียงเพียงพอสำหรับสนับสนุนทหารกะเหรี่ยง ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายใน และเมื่อกองทัพพม่าเดินทางมาถึงหมู่บ้านของหญิงสาวผู้นี้ [...]

กะเหรี่ยง, ฉบับที่ 31 (16 พ.ค. - 30 มิ.ย. 49), ตามรอยฝัน, ผู้ลี้ภัย, สุขภาพ

นักโทษการเมือง

Read More »

โครงการเศรษฐกิจพิเศษทวาย

Read More »

เขื่อนมิตซง

Read More »