ประธานาธิบดีเต็งเส่งของพม่าเตรียมเดินทางเยือนไทยในช่วงสุดสัปดาห์นี้ระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม ขณะที่เชื่อว่า หัวข้อหลักๆของการหารือระหว่างประธานาธิบดีเต็งเส่งและนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย น่าจะเป็นเรื่องโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย รวมถึงประเด็นที่คนไทยถูกจับกุมตัวอยู่ที่เกาะสอง ประเทศพม่า มีรายงาน ประธานาธิบดีเต็งเส่งจะเดินทางไปเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือแหลมฉบังด้วย
ข่าว, ความสัมพันธ์ไทย-พม่า
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกมายอมรับว่าเดินทางเยือนพม่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อปูทางให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยในการเดินทางเยือนพม่าให้ราบรื่นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งกล่าวว่า การเยือนพม่าของนางสาวยิ่งลักษณ์ น่าจะได้หารือกับผู้นำพม่าเกี่ยวกับประเด็นเรื่องพลังงาน ที่น่าจะให้ผลประโยชน์กับประเทศไทยด้วย ขณะที่หลายฝ่ายแสดงกังวลว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและพม่าอาจจะพัวพันเกี่ยวกับผลประโยชน์ของทักษิณอีกครั้ง
ข่าว, ความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ทวายนับตั้งแต่เจ้าน้อย (ซอหยั่นต้ะ) ได้ก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติ “หนุ่มศึกหาญ” (Noom Serk Harn – NSH) ที่รัฐฉานใต้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 เป็นต้นมา กองทัพรัฐฉานได้ล้มลุกคลุกคลานยืนหยัด-พังทลาย เปลี่ยนแปลงผู้นำไปแล้วหลายครั้ง มาถึงปีปัจจุบัน เพิ่งผ่านพ้นงานเฉลิมฉลองครบรอบ 53 ปีของการก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ไปหมาดๆ โดยกองทัพรัฐฉาน (Shan State Army – SSA) และสภากอบกู้รัฐฉาน (Restoration Council of the Shan State – RCSS) ภายใต้การนำของพลโทเจ้ายอดศึก ได้จัดงาน “วันปฏิวัติประชาชนรัฐฉาน” (Shan State People Resistance Day) ครบรอบปีที่ 53 ณ ฐานที่มั่นดอยไตแลง ฝั่งรัฐฉาน ตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม [...]
การสู้รบ, ความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ฉบับที่ 65 (พ.ค. - มิ.ย. 54), ไทใหญ่ในบรรดาประเทศสมาชิกองค์การอาเซียน ประเทศไทยมีเขตแดนติดต่อกับประเทศพม่ายาวที่สุดถึง 2,401 กิโลเมตร การดำเนินนโยบายระหว่างไทยต่อพม่าจึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบทางลบโดยตรง ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมมากที่สุด หากย้อนดูความสัมพันธ์ไทย-พม่าในช่วง 8 ปีที่แล้วจะพบว่า รัฐบาลไทยมีนายกรัฐมนตรีทั้งหมด 5 คน คือ ยุคทักษิณ 1 ( 2544 – 2548) ยุคทักษิณ 2 ( 2548 – 2549) ยุคพลเอกสุรยุทธ์ (2549 – 2551) ยุคสมัคร (29 ม.ค.51 – 9 ก.ย. 51) ยุคสมชาย (9 ก.ย. 51-18 ก.ย. 51) ยุคอภิสิทธิ์ (17 ธ.ค. 51 ถึงปัจจุบัน) อาจกล่าวได้ว่า ยุครัฐบาลทักษิณและยุครัฐบาลสมัครมีนโยบายที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อรัฐบาลพม่าที่ค่อนข้างชัดเจน ส่วนยุครัฐบาลสมชายยังไม่ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนก็มีอันต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขณะที่นายกรัฐมนตรีอีกสองท่าน คือ [...]
ความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ฉบับที่ 59 (พ.ค. - มิ.ย 53) ครบรอบ 8 ปีอาจารย์พรพิมล ตรีโชติ นักวิชาการด้านพม่าและชนกลุ่มน้อยจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเทศไทยควรมองพม่าอย่างไร เราต้องมองว่าที่ตั้งของประเทศพม่ามีความสำคัญมากกว่าการมีพรมแดนสองพันกว่ากิโลเมตรติดกับเรา เพราะโดยทางภูมิศาสตร์เขาอยู่ใกล้กับมหาอำนาจถึงสองอำนาจในเอเชีย คือจีนและอินเดีย ประเด็นสำคัญก็คือ ทั้งจีนและอินเดียสามารถใช้ประโยชน์จากพม่าได้เยอะมากโดยเฉพาะจีน ใช้ประโยชน์จากพม่าทั้งทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือใช้สภาพทางภูมิศาสตร์หรือภูมิประเทศของพม่าให้เกิดประโยชน์กับเขาได้เยอะมาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ กรณีที่จีนจะทางออกไปสู่เอเชียใต้ ไม่ว่าอินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน จีนจะต้องผ่านพม่า หลังจากผ่านพม่าแล้ว ยังสามารถทะลุจากอินเดียเข้าไปถึงเอเชียกลาง และจากเอเชียกลางเข้าไปถึงยุโรป เพราะฉะนั้นถ้ามองเชิงของภูมิศาสตร์และการค้าในอนาคต พม่ามีความหมายกับจีนมากที่สุด
ความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ฉบับที่ 18 (1 ตค. - 15 พย.47), สัมภาษณ์“ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” สำนวนนี้อาจไม่ตรงกับเรื่องราวเกี่ยวกับชาติพม่าที่ปรากฏในตำราประวัติศาสตร์ไทยเพราะชาติพม่าได้ถูกสร้างภาพให้เป็น “ศัตรู” ของชาติไทยในตำราเรียนประวัติศาสตร์ที่สอนกันในห้องเรียนมานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันส่วนเพื่อนบ้านอื่นๆ อย่าง ลาว เขมรและมาเลเซียก็ถูกสร้างภาพในเชิง“ดูถูก”มากกว่ายกย่องภาพลักษณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรผลพวงจากอคติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเรากับประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบันอย่างไรคำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์นักวิชาการประวัติศาสตร์และคอลัมน์นิสต์ผู้สร้างสรรค์บทความวิพากษ์สังคมไทยที่เผ็ดร้อนมากที่สุดคนหนึ่งซึ่งท่านกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้
ความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ฉบับที่ 25 (16 ส.ค. - 30 ก.ย. 48 ), ประวัติศาสตร์, สัมภาษณ์“ถ้าเปรียบเทียบแล้ว พม่าอยู่รั้วติดกับบ้านเรา แล้วไฟไหม้บ้านพม่า แต่เราบอกว่าไม่ใช่ปัญหาของเรา อย่าไปยุ่ง ปล่อยให้มันไหม้ไปเลย แล้วคุณคิดหรือว่า ไฟไหม้บ้านของเขามอดแล้วจะไม่มาไหม้บ้านเรา คุณก็ต้องจัดการไปช่วยดับไฟนี้ ไม่ใช่ช่วยเขา แต่จริง ๆ แล้วช่วยตัวเองนี่แหละ” อาจกล่าวได้ว่า ในบรรดานักการทูตที่มีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านมายาวนานและมีผลงานโดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ท่านทูตสุรพงษ์ ชัยนาม นับเป็นหนึ่งในนักการทูตระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่มีความคิดเห็นอันเฉียบคม และมุมมองการทำงานแบบนักการทูตมืออาชีพที่คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นสำคัญ ตลอดระยะเวลากว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา ท่านทูตได้ติดตามสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะพม่าอย่างใกล้ชิด ประสบการณ์ทำงานของท่านจึงนับเป็นบทเรียนอันทรงคุณค่าสำหรับสังคมไทยในการจัดวางความสัมพันธ์เพื่อเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับประเทศพม่าต่อไป
ความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ฉบับที่ 52 (มี.ค. - เม.ย 52), สัมภาษณ์คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษฉบับนี้ได้รับเกียรติ์จากอดีตท่านทูต อัษฏา ชัยนาม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ค อดีตเอกอัครราชทูตท่านนี้เริ่มติดตามประเด็นปัญหาประเทศพม่ามางแต่เข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศใหม่ ๆ เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ขณะที่ท่านอายุเพียง 27 ปี ท่านได้รับมอบหมายให้ทำงานที่สถานทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า เป็นเวลา 4 ปี ท่านจึงได้เรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในประเทศพม่าอย่างลึกซึ้งจนสามารถเข้าใจปัญหาในประเทศพม่าได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นท่านยังคงติดตามประเด็นปัญหาในประเทศพม่าเรื่อยมา และเมื่อท่านต้องเดินทางไปรับตำแหน่งสำคัญในสหประชาชาติช่วง 6 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ คือ ระหว่างปี พ.ศ. 2539 – 2543 ท่านจึงนำประสบการณ์ทำงานเรื่องพม่าที่สั่งสมมาตลอดชีวิตมาใช้ทำงานผลักดันนโยบายของสหประชาชาติต่อประเทศพม่า ปัจจุบัน ท่านเป็นที่ปรึกษาของสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย หรือ ฟอรั่ม-เอเชีย ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยในพม่า
การเมืองการปกครอง, ความสัมพันธ์ไทย-พม่า, ฉบับที่ 29 (16 ก.พ. - 31 มี.ค 49), สัมภาษณ์