<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Salween News Online : สาละวินนิวส์ออนไลน์</title>
	<atom:link href="http://salweennews.org/home/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://salweennews.org/home</link>
	<description>&#34;แบ่งปันความเข้าใจสู่เพื่อนบ้าน&#34;</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 May 2012 05:00:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>รัฐบาลพม่าอนุญาตให้จัดงานวันเกย์เป็นครั้งแรกในพม่า</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4440</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4440#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 04:54:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4440</guid>
		<description><![CDATA[รัฐบาลพม่าอนุญาตให้กลุ่มคนรักร่วมเพศในประเทศสามารถจัดงานฉลองวันยุติการรังเกียจคนรักร่วมเพศ และคนข้ามเพศสากลเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ (17 พฤษภาคม) โดยมีการจัดงานใน 4 เมืองใหญ่ๆเช่นในกรุงย่างกุ้งและมัณฑะเลย์เป็นต้น ขณะที่การจัดงานในกรุงย่างมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 400 คน &#160; “เราตื่นเต้นมากที่สามารถจัดงานซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนรักร่วมเพศนี้ได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้เรายังไม่สามารถเดินออกไปตามท้องถนนเหมือนประเทศอื่นๆก็ตาม ” อ่องเมียวมิน จากสถาบันการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนแห่งพม่า (Human Rights Education Institute of Burma) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยกล่าว โดยอ่องเมียวมินเปิดเผยว่า การจัดงานจะเน้นไปที่การจัดคอนเสิร์ตและเปิดเวทีหารือเรื่องสิทธิคนรักร่วมเพศ แต่จะไม่มีการเดินขบวนไปตามท้องถนน พร้อมระบุอีกว่า ขณะนี้คนรักร่วมเพศในพม่ามีความกล้าที่จะเปิดเผยตัวเองมากขึ้น &#160; แต่อย่างไรก็ตาม อ่องเมียวมินเปิดเผยว่า ในอดีตไม่มีการอนุญาตให้จัดงานในลักษณะนี้ เพราะการรวมตัวของผู้คนเป็นจำนวนมาก มักเข้าข่ายการเดินประท้วงต่อต้านรัฐบาล อ่องเมียวมินยังยอมรับ ผู้คนทั่วไปและกฎหมายพม่ายังคงเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรงต่อต้านคนรักร่วมเพศ “แม้หลายคนจะเปิดเผยตัวตนมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่สามารถบอกได้ว่า เราจะไม่ถูกต่อต้านด้วยการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตชนบทที่ประชาชนยังขาดความรู้ การเลือกปฏิบัติก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ทั่วไป” เขากล่าว &#160; ทั้งนี้ กฎหมายพม่าได้ระบุว่า บุคคลใดที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศอาจถูกลงโทษจำคุกนานถึง 10 ปี โดยอ่องเมียวมินมองว่ากฎหมายนี้ควรที่จะถูกยกเลิกไป เพราะเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ล้าสมัย โดยเปรียบเทียบว่า แม้แต่ประเทศอินเดียที่เป็นประเทศเคร่งครัดก็ยังยกเลิกกฎหมายในลักษณะนี้ไปแล้ว &#160; อีกด้านหนึ่ง เมียตโน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/gay-day.jpg" rel="lightbox[4440]"><img class="alignnone size-full wp-image-4441" title="gay day" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/gay-day.jpg" alt="" width="360" height="257" /></a></p>
<p>รัฐบาลพม่าอนุญาตให้กลุ่มคนรักร่วมเพศในประเทศสามารถจัดงานฉลองวันยุติการรังเกียจคนรักร่วมเพศ และคนข้ามเพศสากลเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ (17 พฤษภาคม) โดยมีการจัดงานใน 4 เมืองใหญ่ๆเช่นในกรุงย่างกุ้งและมัณฑะเลย์เป็นต้น ขณะที่การจัดงานในกรุงย่างมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 400 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span id="more-4440"></span></p>
<p>“เราตื่นเต้นมากที่สามารถจัดงานซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนรักร่วมเพศนี้ได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้เรายังไม่สามารถเดินออกไปตามท้องถนนเหมือนประเทศอื่นๆก็ตาม ” อ่องเมียวมิน จากสถาบันการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนแห่งพม่า (Human Rights Education Institute of Burma) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยกล่าว โดยอ่องเมียวมินเปิดเผยว่า การจัดงานจะเน้นไปที่การจัดคอนเสิร์ตและเปิดเวทีหารือเรื่องสิทธิคนรักร่วมเพศ แต่จะไม่มีการเดินขบวนไปตามท้องถนน พร้อมระบุอีกว่า ขณะนี้คนรักร่วมเพศในพม่ามีความกล้าที่จะเปิดเผยตัวเองมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม อ่องเมียวมินเปิดเผยว่า ในอดีตไม่มีการอนุญาตให้จัดงานในลักษณะนี้ เพราะการรวมตัวของผู้คนเป็นจำนวนมาก มักเข้าข่ายการเดินประท้วงต่อต้านรัฐบาล อ่องเมียวมินยังยอมรับ ผู้คนทั่วไปและกฎหมายพม่ายังคงเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรงต่อต้านคนรักร่วมเพศ “แม้หลายคนจะเปิดเผยตัวตนมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่สามารถบอกได้ว่า เราจะไม่ถูกต่อต้านด้วยการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตชนบทที่ประชาชนยังขาดความรู้ การเลือกปฏิบัติก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ทั่วไป” เขากล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ กฎหมายพม่าได้ระบุว่า บุคคลใดที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศอาจถูกลงโทษจำคุกนานถึง 10 ปี โดยอ่องเมียวมินมองว่ากฎหมายนี้ควรที่จะถูกยกเลิกไป เพราะเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ล้าสมัย โดยเปรียบเทียบว่า แม้แต่ประเทศอินเดียที่เป็นประเทศเคร่งครัดก็ยังยกเลิกกฎหมายในลักษณะนี้ไปแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกด้านหนึ่ง เมียตโน ผู้จัดงานในครั้งนี้แสดงความคิดเห็นว่า การจัดงานของกลุ่มคนรักร่วมเพศมักถูกมองในด้านลบ เช่นการจัดงานในครั้งนี้ “ผู้คนทั่วไปเชื่อว่า กลุ่มคนรักร่วมเพศทั้งหมดเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี และการจัดกิจกรรมก็เพื่อขอโอกาสและเรียกร้องความสนใจจากสังคม ” แต่อย่างไรก็ตาม สมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มคนรักร่วมเพศพม่าเห็นตรงกันก็คือ พวกเขากล้าที่จะพูดออกมาเพื่อให้สังคมได้รับรู้มากขึ้น หลังจากที่มีการปฏิรูปประเทศภายใต้รัฐบาลใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลและเรียบเรียง Irrawadd /AFP 18 พฤษภาคม 55</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4440</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชาวบ้านในรัฐอาระกันไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องเงินชดเชยจากโครงการฉ่วยก๊าซ</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4435</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4435#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 May 2012 07:43:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[อาระกัน]]></category>
		<category><![CDATA[เมกกะโปรเจ็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4435</guid>
		<description><![CDATA[อูจ่อ ลวิน ส.ส.จากรัฐอาระกันเปิดเผยว่า การจัดการที่ไม่ดีของเจ้าหน้าที่ เกี่ยวการจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวบ้านที่ต้องสูญเสียที่ดินให้กับโครงการฉ่วยก๊าซ(Shwe Gas) กำลังทำให้เกิดปัญหาด้านสังคม และความแตกแยกในหมู่ชาวบ้านในเมืองเคาก์พรู รัฐอาระกัน &#160; “เกิดปัญหาในหมู่บ้านที่ท่อส่งก๊าซพาดผ่าน โดยเฉพาะในหมู่บ้านกะเป่งเชา เคาก์กาหม่อง และหมู่บ้านราตานา ตอนนี้เราได้รับจดหมายร้องเรียนเป็นจำนวนมากจากชาวบ้าน ซึ่งการร้องเรียนส่วนใหญ่เกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม ให้กับชาวบ้านที่ต้องสูญเสียที่ดินไปให้กับโครงการท่อส่งก๊าซ ” &#160; อูจ่อ ลวินเปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่ว่าเจ้าของที่ดินตัวจริงไม่ได้รับเงินชดเชย เนื่องจากถูกบุคคลอื่นสวมสิทธิ์แทนหรือไม่ได้รับเงินชดเชย ซึ่งปัญหานี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในหมู่บ้านกะเป่งเชา ที่มีชาวบ้านจำนวน 160 คน ที่ต้องได้รับเงินชดเชยจากการถูกยึดที่ดิน แต่มีชาวบ้านเพียง 57 คนเท่านั้นที่ได้รับเงินชดเชย สร้างความไม่พอให้กับชาวบ้านที่เหลือและสร้างความแตกแยกในหมู่ชาวบ้านที่ได้รับเงินชดเชยและไม่ได้เงินชดเชย &#160; ส่วนสาเหต อูจ่อ ลวินกล่าวว่า มาจากการจัดการที่ไม่ดีและการทุตจริตของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยเขาได้ส่งเรื่องนี้ไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐให้ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ต่อไป ทั้งนี้ โครงการท่อส่งก๊าซฉ่วยก๊าซเป็นความร่วมมือระหว่างบรรษัทการปิโตรเลียมแห่งชาติของจีน (CNPC) บริษัทแดวูของเกาหลีใต้ บริษัทเมียนมาร์ออยล์แอนด์ก๊าซ เอ็นเตอร์ไพรซ์ (MOGE) ของพม่า บริษัท โอเอ็นจีซี วิเทศ และบริษัทก๊าซ ออร์ธอริตี้ ออฟ อินเดีย (GAIL) ของอินเดีย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/shwe-gas-.jpg" rel="lightbox[4435]"><img class="alignnone size-full wp-image-4436" title="shwe gas" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/shwe-gas-.jpg" alt="" width="670" height="519" /></a></p>
<p>อูจ่อ ลวิน ส.ส.จากรัฐอาระกันเปิดเผยว่า การจัดการที่ไม่ดีของเจ้าหน้าที่ เกี่ยวการจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวบ้านที่ต้องสูญเสียที่ดินให้กับโครงการฉ่วยก๊าซ(Shwe Gas) กำลังทำให้เกิดปัญหาด้านสังคม และความแตกแยกในหมู่ชาวบ้านในเมืองเคาก์พรู รัฐอาระกัน</p>
<p><span id="more-4435"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เกิดปัญหาในหมู่บ้านที่ท่อส่งก๊าซพาดผ่าน โดยเฉพาะในหมู่บ้านกะเป่งเชา เคาก์กาหม่อง และหมู่บ้านราตานา ตอนนี้เราได้รับจดหมายร้องเรียนเป็นจำนวนมากจากชาวบ้าน ซึ่งการร้องเรียนส่วนใหญ่เกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม ให้กับชาวบ้านที่ต้องสูญเสียที่ดินไปให้กับโครงการท่อส่งก๊าซ ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อูจ่อ ลวินเปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่ว่าเจ้าของที่ดินตัวจริงไม่ได้รับเงินชดเชย เนื่องจากถูกบุคคลอื่นสวมสิทธิ์แทนหรือไม่ได้รับเงินชดเชย ซึ่งปัญหานี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในหมู่บ้านกะเป่งเชา ที่มีชาวบ้านจำนวน 160 คน ที่ต้องได้รับเงินชดเชยจากการถูกยึดที่ดิน แต่มีชาวบ้านเพียง 57 คนเท่านั้นที่ได้รับเงินชดเชย สร้างความไม่พอให้กับชาวบ้านที่เหลือและสร้างความแตกแยกในหมู่ชาวบ้านที่ได้รับเงินชดเชยและไม่ได้เงินชดเชย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนสาเหต อูจ่อ ลวินกล่าวว่า มาจากการจัดการที่ไม่ดีและการทุตจริตของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยเขาได้ส่งเรื่องนี้ไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐให้ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ต่อไป ทั้งนี้ โครงการท่อส่งก๊าซฉ่วยก๊าซเป็นความร่วมมือระหว่างบรรษัทการปิโตรเลียมแห่งชาติของจีน (CNPC) บริษัทแดวูของเกาหลีใต้ บริษัทเมียนมาร์ออยล์แอนด์ก๊าซ เอ็นเตอร์ไพรซ์ (MOGE) ของพม่า บริษัท โอเอ็นจีซี วิเทศ และบริษัทก๊าซ ออร์ธอริตี้ ออฟ อินเดีย (GAIL) ของอินเดีย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โครงการฉ่วยก๊าซถือเป็นโครงการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของพม่า โดยจะมีการสร้างท่อส่งก๊าซระบบท่อคู่จากแหล่งก๊าซฉ่วยในอ่าวเบงกอลพาดผ่านไปยังรัฐอาระกันไปจนถึงทางตอนบนของรัฐฉาน รัฐคะฉิ่น และผ่านไปยังมณฑลยูนานของจีนรวมระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีการคาดกันว่ารัฐบาลพม่าจะมีรายได้จากการขายก๊าซธรรมชาติให้แก่จีนเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 2 หมื่น 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะเวลา 30 ปี อย่างไรก็ตาม โครงการนี้กำลังสร้างปัญหาทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม การละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลายรัฐชนกลุ่มน้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา สำนักข่าวอาระกัน www.narinjara.com 16 พฤษภาคม 55</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4435</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทหารพม่าและทหารคะฉิ่น KIA ปะทะกันใกล้โครงการเขื่อนมิตซง</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4429</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4429#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 May 2012 06:10:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[คะฉิ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4429</guid>
		<description><![CDATA[เกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารพม่าและทหารกองทัพเอกราชคะฉิ่น KIA (Kachin Independence Army) เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาใกล้กับบริเวณเขตโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตซง เป็นเหตุให้แรงงานในเขตก่อสร้างเขื่อนและแรงงานในเหมืองแร่ทองซึ่งอยู่ใกล้จุดปะทะต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่มีรายงานทหารพม่าเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บอีก 4 นาย &#160; ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า เหตุปะทะเกิดขึ้นในเขตรอบนอกหมู่บ้านตางปรี ซึ่งอยู่ใกล้กับเขตโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตซง ในรัฐคะฉิ่น เหตุปะทะกันได้ทำให้แรงงานในเขตก่อสร้างเขื่อนมิตซงต้องหนีตายกันวุ่น ขณะที่คาดมีแรงงานอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนราว 200 คน ซึ่งโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตซงเป็นโครงการภายใต้บริษัทพลังงานของจีน (China Power Investment &#8211; CPI) &#160; อีกด้านหนึ่งเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า ทหาร KIA สามารถยึดฐานที่มั่นสำคัญของทหารพม่าในหมู่บ้านคา การาน ยัง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนที่เชื่อมต่อไปเมืองปูเตา โอ่ ทางภาคเหนือของรัฐคะฉิ่น นอกจากนี้ ทหารคะฉิ่น KIA ได้สร้างฐานที่มั่นใหม่ใกล้กับเมืองปางวา ซึ่ง KIA สามารถยึดได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเมืองปางวาเคยเป็นที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่ของกองกำลังประชาธิปไตยแนวใหม่คะฉิ่น (New Democratic Army-Kachin) ซึ่งกองกำลังนี้ได้แปรสภาพไปเป็นกองกำลังรักษาชายแดน(Border Guard Force) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/burmese-troops-and-kia-clash-in-myitsone-dam-siteting-english_600_400.jpg" rel="lightbox[4429]"><img class="alignnone size-full wp-image-4430" title="burmese-troops-and-kia-clash-in-myitsone-dam-siteting-english_600_400" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/burmese-troops-and-kia-clash-in-myitsone-dam-siteting-english_600_400.jpg" alt="" width="600" height="400" /></a></p>
<p>เกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารพม่าและทหารกองทัพเอกราชคะฉิ่น KIA (Kachin Independence Army) เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาใกล้กับบริเวณเขตโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตซง เป็นเหตุให้แรงงานในเขตก่อสร้างเขื่อนและแรงงานในเหมืองแร่ทองซึ่งอยู่ใกล้จุดปะทะต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่มีรายงานทหารพม่าเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บอีก 4 นาย</p>
<p><span id="more-4429"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า เหตุปะทะเกิดขึ้นในเขตรอบนอกหมู่บ้านตางปรี ซึ่งอยู่ใกล้กับเขตโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตซง ในรัฐคะฉิ่น เหตุปะทะกันได้ทำให้แรงงานในเขตก่อสร้างเขื่อนมิตซงต้องหนีตายกันวุ่น ขณะที่คาดมีแรงงานอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนราว 200 คน ซึ่งโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตซงเป็นโครงการภายใต้บริษัทพลังงานของจีน (China Power Investment &#8211; CPI)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกด้านหนึ่งเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า ทหาร KIA สามารถยึดฐานที่มั่นสำคัญของทหารพม่าในหมู่บ้านคา การาน ยัง ซึ่งตั้งอยู่บนถนนที่เชื่อมต่อไปเมืองปูเตา โอ่ ทางภาคเหนือของรัฐคะฉิ่น นอกจากนี้ ทหารคะฉิ่น KIA ได้สร้างฐานที่มั่นใหม่ใกล้กับเมืองปางวา ซึ่ง KIA สามารถยึดได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเมืองปางวาเคยเป็นที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่ของกองกำลังประชาธิปไตยแนวใหม่คะฉิ่น (New Democratic Army-Kachin) ซึ่งกองกำลังนี้ได้แปรสภาพไปเป็นกองกำลังรักษาชายแดน(Border Guard Force) ภายใต้กองทัพพม่าไปแล้วเมื่อปี 2552</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลและเรียบเรียงจาก สำนักข่าวคะฉิ่น KNG 16 พฤษภาคม 55</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4429</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้นำเกาหลีใต้เยือนพม่าในรอบ 29 ปี เตรียมพบปะ&#8221;อองซานซูจี&#8221;วันนี้</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4420</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4420#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 May 2012 05:02:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4420</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ประธานาธิบดีลี เมียง-บักแห่งเกาหลีใต้ เดินทางเยือนพม่าเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การโจมตีด้วยระเบิดเมื่อกว่า 29 ปีก่อน การโจมตีลอบสังหารจากเกาหลีเหนือครั้งนั้น เกิดขึ้นระหว่างการเยือนกรุงย่างกุ้งของอดีตประธานาธิบดีชุน ดู-ฮวาน เมื่อปี 1983 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย &#160; ผู้นำเกาหลีใต้มีกำหนดเยือนพม่าเป็นเวลา 2 วัน เริ่มจากวานนี้( 14 พ.ค.) โดยเขาได้พบหารือกับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ในกรุงเนปิดอว์ วานนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า ความร่วมมือด้านพลังงานและทรัพยากร และสนับสนุนการปฏิรูปการเมืองในพม่า โดยเขามีกำหนดการเข้าพบนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า ที่นครย่างกุ้งในวันนี้ &#160; ทั้งนี้ รายละเอียดของกำหนดการเยือนถูกปิดเป็นความลับ อันเนื่องมาจากเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยนายลี เดินทางมายังพม่าหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอด 3 ฝ่ายเป็นเวลา 2 วัน ร่วมกับผู้นำจีนและญี่ปุ่น ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน &#160; ประธานาธิบดีลี มีแผนเดินทางไปเยือนสุสานวีรชน ในนครย่างกุ้ง จุดที่นายชุน ดู ฮวาน ถูกสายลับจากเปียงยางพยายามลอบสังหารด้วยระเบิดเมื่อปี 1983 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/Korea-.jpg" rel="lightbox[4420]"><img class="alignnone size-full wp-image-4421" title="Korea" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/Korea-.jpg" alt="" width="640" height="385" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประธานาธิบดีลี เมียง-บักแห่งเกาหลีใต้ เดินทางเยือนพม่าเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การโจมตีด้วยระเบิดเมื่อกว่า 29 ปีก่อน การโจมตีลอบสังหารจากเกาหลีเหนือครั้งนั้น เกิดขึ้นระหว่างการเยือนกรุงย่างกุ้งของอดีตประธานาธิบดีชุน ดู-ฮวาน เมื่อปี 1983 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span id="more-4420"></span></p>
<p>ผู้นำเกาหลีใต้มีกำหนดเยือนพม่าเป็นเวลา 2 วัน เริ่มจากวานนี้( 14 พ.ค.) โดยเขาได้พบหารือกับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ในกรุงเนปิดอว์ วานนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า ความร่วมมือด้านพลังงานและทรัพยากร และสนับสนุนการปฏิรูปการเมืองในพม่า โดยเขามีกำหนดการเข้าพบนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า ที่นครย่างกุ้งในวันนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ รายละเอียดของกำหนดการเยือนถูกปิดเป็นความลับ อันเนื่องมาจากเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยนายลี เดินทางมายังพม่าหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอด 3 ฝ่ายเป็นเวลา 2 วัน ร่วมกับผู้นำจีนและญี่ปุ่น ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประธานาธิบดีลี มีแผนเดินทางไปเยือนสุสานวีรชน ในนครย่างกุ้ง จุดที่นายชุน ดู ฮวาน ถูกสายลับจากเปียงยางพยายามลอบสังหารด้วยระเบิดเมื่อปี 1983 แต่รอดชีวิตหวุดหวิดเพราะการจราจรติดขัด ขณะกำลังเดินทางไปวางพวงหรีดคารวะนายพลออง ซาน บิดาของนางออง ซาน ซู จี ผู้นำฝ่ายค้านพม่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหตุระเบิดครั้งนั้น ทำให้ผู้เสียชีวิต 21 คน เป็นชาวเกาหลีใต้เสียชีวิต 17 คน ในจำนวนนี้เป็นรัฐมนตรี 3 คน และชาวพม่า 4 คน ทำให้พม่าประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือนับตั้งแต่นั้น กระทั่งปี 2007 จึงเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งประสบการณ์ในอดีต ทำให้รัฐบาลพม่าเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดก่อนผู้นำเกาหลีใต้ไปเยือน และปิดรายละเอียดการเดินทางเป็นความลับเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประธานาธิบดีลี ถือเป็นผู้นำต่างประเทศคนล่าสุด ที่เดินทางเยือนพม่า ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ แต่สำหรับเกาหลีใต้ บริษัทต่างๆได้เข้าไปดำเนินธุรกิจในพม่าคึกคักอยู่แล้ว ตั้งแต่ยังไม่ปฏิรูปการเมือง เช่น บริษัท แดวู อินเตอร์เนชันแนล และโคเรีย แก๊ส คอร์ปอเรชัน ที่ลงนามข้อตกลงกับพม่าในปี 2008 เรื่องวางท่อก๊าซจากรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของพม่าไปยังจีน นอกจากนี้ ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ ยังกำลังดำเนินการเพื่อเปิดตลาดหลักทรัพย์พม่า โดยแข่งกับผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์โตเกียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา มติชน 15 พฤษภาคม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4420</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชนกลุ่มน้อยยื่นคำขาดจะทบทวนการลงนามหยุดยิง หากกองทัพพม่าไม่ยุติโจมตีรัฐคะฉิ่น</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4415</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4415#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 15:46:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[คะฉิ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4415</guid>
		<description><![CDATA[สภาชาติสหภาพ (United Nationalities Federal Council -UNFC) ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยและองค์กรชนกลุ่มน้อยรวมมทั้งสิ้น 12 กลุ่ม ได้ออกแถลงการณ์ยื่นคำขาดให้รัฐบาลพม่ายุติโจมตีรัฐคะฉิ่นภายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ไม่เช่นนั้นทางชนกลุ่มน้อยติดอาวุธจะทบทวนการบรรลุการลงนามหยุดยิงร่วมกับรัฐบาลพม่า &#160; พันเอกขุนโอกก่า เลขาธิการร่วม UNFC เปิดเผยว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union -KNU) พรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (Karenni National Progressive Party &#8211; KNPP) พรรครัฐมอญใหม่ (New Mon State Party -NMSP) จะกลับมาพิจารณาการลงนามหยุดยิงร่วมกับรัฐบาลพม่า หากกองทัพพม่าไม่ยุติโจมตีรัฐคะฉิ่น ซึ่งการออกมาเรียกร้องครั้งนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในหมู่ชนกลุ่มน้อย &#160; “จุดประสงค์ของการโจมตีทางภาคเหนือของรัฐฉานและรัฐคะฉิ่น นั่นก็เป็นเพราะรัฐบาลพม่าต้องการที่จะปกป้องการค้าและผลประโยชน์ทางธุรกิจของนักลงทุนต่างชาติในพม่า เราขอคัดค้านการเข่นฆ่าชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อแลกกับผลประโยชน์ของนักลงทุนต่างชาติ” ในแถลงการณ์ระบุ &#160; แม้จะมีคำสั่งจากประธานาธิบดีเต็งเส่งให้ยุติโจมตีรัฐคะฉิ่นตั้งแต่วันที่ 10 เดือนธันวาคมของปีที่แล้ว แต่ก็พบว่ายังคงเกิดการสู้รบกันต่อเนื่องในรัฐคะฉิ่น ล่าสุด ทหารพม่าได้เพิ่มกำลังกว่า 2 พันนายไปประจำใกล้กับกองบัญชาการใหญ่ของ KIA ในเมืองไลซา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/KNU-KNLA-PC.jpg" rel="lightbox[4415]"><img class="alignnone size-full wp-image-4416" title="KNU-KNLA-PC" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/KNU-KNLA-PC.jpg" alt="" width="495" height="373" /></a></p>
<p>สภาชาติสหภาพ (United Nationalities Federal Council -UNFC) ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยและองค์กรชนกลุ่มน้อยรวมมทั้งสิ้น 12 กลุ่ม ได้ออกแถลงการณ์ยื่นคำขาดให้รัฐบาลพม่ายุติโจมตีรัฐคะฉิ่นภายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ไม่เช่นนั้นทางชนกลุ่มน้อยติดอาวุธจะทบทวนการบรรลุการลงนามหยุดยิงร่วมกับรัฐบาลพม่า</p>
<p><span id="more-4415"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พันเอกขุนโอกก่า เลขาธิการร่วม UNFC เปิดเผยว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union -KNU) พรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (Karenni National Progressive Party &#8211; KNPP) พรรครัฐมอญใหม่ (New Mon State Party -NMSP) จะกลับมาพิจารณาการลงนามหยุดยิงร่วมกับรัฐบาลพม่า หากกองทัพพม่าไม่ยุติโจมตีรัฐคะฉิ่น ซึ่งการออกมาเรียกร้องครั้งนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในหมู่ชนกลุ่มน้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“จุดประสงค์ของการโจมตีทางภาคเหนือของรัฐฉานและรัฐคะฉิ่น นั่นก็เป็นเพราะรัฐบาลพม่าต้องการที่จะปกป้องการค้าและผลประโยชน์ทางธุรกิจของนักลงทุนต่างชาติในพม่า เราขอคัดค้านการเข่นฆ่าชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อแลกกับผลประโยชน์ของนักลงทุนต่างชาติ” ในแถลงการณ์ระบุ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้จะมีคำสั่งจากประธานาธิบดีเต็งเส่งให้ยุติโจมตีรัฐคะฉิ่นตั้งแต่วันที่ 10 เดือนธันวาคมของปีที่แล้ว แต่ก็พบว่ายังคงเกิดการสู้รบกันต่อเนื่องในรัฐคะฉิ่น ล่าสุด ทหารพม่าได้เพิ่มกำลังกว่า 2 พันนายไปประจำใกล้กับกองบัญชาการใหญ่ของ KIA ในเมืองไลซา และนับตั้งแต่ที่ทั้งสองฝ่ายกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง ก็มีรายงานการปะทะกันแล้ว 1,300 ครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ในแถลงการณ์ได้เรียกร้องให้นานาชาติอย่าเพิ่งยกเลิกคว่ำบาตรทั้งทางการเมือง การทหารและด้านเศรษฐกิจต่อพม่า ขุโอกก่ายังกล่าวว่า ยินดีที่รัฐบาลพม่าเปลี่ยนทีมเจรจาชุดใหม่ แต่การเจรจาจะไม่ประสบความสำเร็จหากรัฐบาลพม่ายังคงไว้นโยบายที่ใช้ในปัจจุบัน เนื่องจากนโยบายภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็งเส่งในปัจจุบันคือให้กลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยสร้างพรรคการเมืองแล้วลงเลือกตั้ง และเข้าร่วมขั้นตอนทางการเมืองผ่านวิถีทางของรัฐสภา โดยกลุ่ม UNFC เอง ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญปี 2008 อีกทั้งไม่เห็นด้วยกับที่นั่งในสภาราว 25 เปอร์เซ็นต์ก็ถูกสำรองไว้ให้ทหารพม่า ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาเป็นของฝ่ายกองทัพพม่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านขุนโอกก่าระบุว่า ปัญหาทางการเมืองในพม่าที่ดำเนินมาหลายสิบปีควรแก้ด้วยการเจรจาทางการเมือง เช่นเดียวกับไนหงสา หนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม UNFC กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลกดดันให้พรรคการเมืองชนกลุ่มน้อยยอมรับขั้นตอนทางการเมืองในปัจจุบันมากเกินไป ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากนโยบายก่อนหน้านี้ที่บังคับให้กลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (Border Guard Force) จนเป็นสาเหตุให้ชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มยกเลิกการลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่กลุ่ม UNFC ประกอบไปด้วยกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง มอญ คะเรนนี ไทใหญ่ (SSA &#8211; เหนือ)คะฉิ่น ชิน ปะโอ ปะหล่อง อาระกันเป็นต้น และยังมีองค์กรของชนกลุ่มน้อยอื่นๆเข้าร่วมเป็นสมาชิกรวมทั้งสิ้น 12 กลุ่มโดยก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว</p>
<p>แปลและเรียบเรียงจาก Mizzima /Irrawaddy 14 พฤษภาคม 55</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4415</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้บัญชาการทหารพม่าประจำรัฐคะฉิ่นเผย เตรียมกวาดล้างทหาร KIA</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4411</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4411#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 May 2012 10:54:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[คะฉิ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4411</guid>
		<description><![CDATA[พลจัตวาเซยา อ่อง ผู้บัญชาการทหารพม่าประจำรัฐคะฉิ่นเปิดเผยกับชาวบ้านและทหารในเมืองปางวา รัฐคะฉิ่นว่า กองทัพพม่าเตรียมกวาดล้างทหารคะฉิ่น KIA (Kachin Independence Army) &#160; ขณะที่ทหาร KIA สามารถยึดฐานที่มั่นของอดีตกองกำลังประชาธิปไตยแนวใหม่คะฉิ่น (New Democratic Army-Kachin -NDA-K) ซึ่งขณะนี้แปรสภาพเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (Border Guard Force ) ในเมืองปางวาได้เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ด้านสื่อพม่ารายงานว่า การปะทะกันระหว่างฝ่ายทหารพม่าและ KIA ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิจกว่า 31 คน ขณะที่เชื่อว่า เหตุที่ KIA ยึดฐานที่มั่นดังกล่าวเนื่องจากต้องการขับไล่กองทัพพม่าให้ล่าถอยออกไป เพื่อไม่ให้โจมตีศูนย์บัญชาการใหญ่ของ KIA ในเมืองไลซา &#160; ลานัน โฆษกองค์กรคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Organization -KIO) ซึ่งเป็นองค์กรการเมืองของ KIA ระบุว่า เขาก็ได้ทราบข่าวกรณีที่ เซยา อ่อง กล่าวในที่ประชุมว่า เตรียมจะกวาดล้างทหาร KIA ให้หมดไปจากรัฐคะฉิ่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/KIA-1.jpg" rel="lightbox[4411]"><img class="alignnone size-full wp-image-4412" title="KIA" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/KIA-1.jpg" alt="" width="670" height="376" /></a></p>
<p>พลจัตวาเซยา อ่อง ผู้บัญชาการทหารพม่าประจำรัฐคะฉิ่นเปิดเผยกับชาวบ้านและทหารในเมืองปางวา รัฐคะฉิ่นว่า กองทัพพม่าเตรียมกวาดล้างทหารคะฉิ่น KIA (Kachin Independence Army)</p>
<p><span id="more-4411"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่ทหาร KIA สามารถยึดฐานที่มั่นของอดีตกองกำลังประชาธิปไตยแนวใหม่คะฉิ่น (New Democratic Army-Kachin -NDA-K) ซึ่งขณะนี้แปรสภาพเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (Border Guard Force ) ในเมืองปางวาได้เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ด้านสื่อพม่ารายงานว่า การปะทะกันระหว่างฝ่ายทหารพม่าและ KIA ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิจกว่า 31 คน ขณะที่เชื่อว่า เหตุที่ KIA ยึดฐานที่มั่นดังกล่าวเนื่องจากต้องการขับไล่กองทัพพม่าให้ล่าถอยออกไป เพื่อไม่ให้โจมตีศูนย์บัญชาการใหญ่ของ KIA ในเมืองไลซา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลานัน โฆษกองค์กรคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Organization -KIO) ซึ่งเป็นองค์กรการเมืองของ KIA ระบุว่า เขาก็ได้ทราบข่าวกรณีที่ เซยา อ่อง กล่าวในที่ประชุมว่า เตรียมจะกวาดล้างทหาร KIA ให้หมดไปจากรัฐคะฉิ่น “พวกเขาไม่สามารถกวาดล้างเราได้ ถึงแม้ว่า พวกเขาจะพยายามก็ตาม” ลานันกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ากองทัพพม่าได้เพิ่มกำลังเข้าประชิดเมืองไลซา ซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่ของ KIA ขณะที่ลานั้น รายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีทหารพม่าอยู่ในเขตพื้นที่สู้รบและตามเมืองต่างๆกว่า 2,000 – 3,000 นาย ขณะที่การหารือกัน 3 ครั้งที่ผ่านมาต้องล้มเหลว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนรัฐบาลพม่าเองโจมตีทหาร KIA ว่าล้มเหลวในการสร้างสันติภาพ ส่วนสาเหตุที่การเจรจาสันติภาพยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลไม่ทำตามคำร้องขอของ KIA ที่ให้ถอนกำลังออกไปจากเขตควบคุมของตน ด้าน KIA ระบุ แม้รัฐบาลจะเปลี่ยนทีมเจรจาชุดใหม่ก็ยังไม่ถือว่าเพียงพอ รัฐบาลควรเปลี่ยนแปลงนโยบายของตนด้วย</p>
<p>แปลและเรียบเรียงจาก Irrawaddy 10 พฤษภาคม 55</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4411</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“The Young Generations’ Note” สื่อพลังคนรุ่นใหม่ริมเส้นขอบแดน</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4401</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4401#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 May 2012 09:03:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4401</guid>
		<description><![CDATA[&#160; อำเภอแม่สอด – เนย์ซัตจ่าหน่าย เด็กหนุ่มวัย 19 ปี การเดินทางจากพม่ามายังเมืองชายแดนแห่งนี้ของเขาไม่แตกต่างจากเยาวชนพม่าหลายคน ที่ต้องการแสวงหาโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่าในโรงเรียนหลายแห่งซึ่งเปิดสอนฟรีให้แก่ผู้อพยพ &#160; เขามาถึงประเทศไทยเมื่อปี 2012 และเริ่มจากการเป็นอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษที่ห้องสมุดเพื่อนพม่า หรือ Best Friends Library และในช่วงนั้นเองที่เขาได้พบกับหนังสือชื่อ “Bar Le He Lu Nga Ye” (Human Hell? What is Human Hell?)  เขียนโดย อูวินติ่น หนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคสันนิบาตประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ เอ็นแอลดี ที่เคยต้องโทษจำคุกเป็นระยะเวลา  21 ปี จากการเขียนหนังสือเล่มนี้ เมื่อปี 1989 รวมทั้งเกี่ยวข้องกับพรรคเอ็นแอลดี  ต่อมาในปี 2008 อูวินติ่นได้รับการปล่อยตัวหลังจากถูกคุมขังเป็นเวลา 20 ปี และในระหว่างที่อยู่ในเรือนจำนั้น สมาคมหนังสือพิมพ์โลกได้มอบรางวัล Guillermo Cano World Press Freedom Prize [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_4402" class="wp-caption aligncenter" style="width: 586px"><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/ygn.jpg" rel="lightbox[4401]"><img class="size-full wp-image-4402 " title="ygn" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/ygn.jpg" alt="" width="576" height="382" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพ Brennan O&#39;Connor / The Irrawaddy</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>อำเภอแม่สอด – เนย์ซัตจ่าหน่าย เด็กหนุ่มวัย 19 ปี การเดินทางจากพม่ามายังเมืองชายแดนแห่งนี้ของเขาไม่แตกต่างจากเยาวชนพม่าหลายคน ที่ต้องการแสวงหาโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่าในโรงเรียนหลายแห่งซึ่งเปิดสอนฟรีให้แก่ผู้อพยพ<span id="more-4401"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขามาถึงประเทศไทยเมื่อปี 2012 และเริ่มจากการเป็นอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษที่ห้องสมุดเพื่อนพม่า หรือ Best Friends Library และในช่วงนั้นเองที่เขาได้พบกับหนังสือชื่อ “Bar Le He Lu Nga Ye” (Human Hell? What is Human Hell?)  เขียนโดย อูวินติ่น หนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคสันนิบาตประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ เอ็นแอลดี ที่เคยต้องโทษจำคุกเป็นระยะเวลา  21 ปี จากการเขียนหนังสือเล่มนี้ เมื่อปี 1989 รวมทั้งเกี่ยวข้องกับพรรคเอ็นแอลดี  ต่อมาในปี 2008 อูวินติ่นได้รับการปล่อยตัวหลังจากถูกคุมขังเป็นเวลา 20 ปี และในระหว่างที่อยู่ในเรือนจำนั้น สมาคมหนังสือพิมพ์โลกได้มอบรางวัล Guillermo Cano World Press Freedom Prize และ the Golden Pen of Freedom ให้แก่เขา<!--more--></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หน่าย ได้รับแรงบัลดาลใจจากนักสู้อาวุโสผู้นี้ ที่ไม่เคยหยุดเขียนแม้แต่อยู่ในคุก เพราะตลอดเวลาที่ถูกคุมขังในเรือนจำ เขาจะพยายามใช้เศษขวดที่แตกแล้วเขียนสมการคณิตศาสตร์และบทกวีลงบนผนังห้องขัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>“</strong><strong>อูวินติ่นเขาไม่มีปากกาก็ยังหาทางเขียนจนได้ แต่ผมมีอุปกรณ์ทุกอย่างที่ต้องการ ทำไมผมจะลุกขึ้นมาเขียนอะไรเพื่อประชาชนของผมไม่ได้”</strong> หน่าย บอก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาเริ่มพูดคุยและเสนอความคิดกับเพื่อนในกลุ่มที่โรงเรียนสำหรับเด็กอพยพที่เขาเรียนอยู่ และโครงการจัดทำสื่อของเขาก็เริ่มบ่มเพาะมาตั้งแต่ตอนนั้น โดยกลุ่มของเขาเริ่มจาก FACEBOOK โดยได้เชิญชวนให้เพื่อนๆ คนอื่นๆ ส่งงานเขียนมาแบ่งปัน และร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ  ในระหว่างนั้น หน่ายได้รวบรวมเงินเก็บส่วนตัวที่มีอยู่ทั้งหมดเป็นทุนก้อนแรกให้กับการก่อตั้งนิตยสาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/ygn2.jpg" rel="lightbox[4401]"><img class="alignleft size-full wp-image-4403" title="ygn2" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/ygn2.jpg" alt="" width="300" height="418" /></a>หลังจากที่พวกเขาต้องทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่หยิบยืมจากห้องสมุดจนดึกจนดื่นมาเป็นเวลาหกเดือน นิตยสาร “The Young Generations’ Note” (สาสน์จากคนรุ่นใหม่) จึงถือกำเนิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้น โดยฉบับแรกมีทั้งหมด 22 หน้า ปัจจุบัน หลังจากออกมา 6 ฉบับ เพิ่มขึ้นเป็น 48 หน้า เช่นเดียวกับเนื้อหาที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งประกอบไปด้วย ข่าวในประเทศพม่าและข่าวต่างประเทศ บทความต่างๆ  เรื่องสั้น แนะนำหนังสือ และคอลัมน์โหราศาสตร์ โดยฉบับล่าสุดยังได้เปิดโอกาสให้แรงงานอพยพเขียนจดหมายมาเล่าเรื่องราวชีวิต และแบ่งประสบการณ์ในการทำบัตรแรงงานที่ต้องพบกับอุปสรรคมากมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงแรก นิตยสาร “The Young Generations’ Note” เริ่มนำไปวางตามร้านน้ำชา โรงงาน และโรงเรียนสำหรับลูกแรงงานอพยพในอำเภอแม่สอด จนถึงขณะนี้มีให้อ่านที่ห้องสมุดเพื่อนพม่าในจังหวัดเชียงใหม่  ห้องสมุด Aung San’s Jarmoon  ภาคพะโคประเทศพม่า นอกจากนี้ยังมีสมาชิกบางส่วนจากต่างประเทศอีก อย่าง เยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>“</strong><strong>ในแม่สอดมีสิ่งพิมพ์การเมืองอยู่มาก  แต่คนที่อยู่ที่นี่ก็ต้องต่อสู่เพื่อความอยู่รอดเหมือนกัน เราต้องการอะไรที่เป็นการให้กำลังใจ ทำให้พวกเขารู้สึกดีต่อตัวเอง”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The Young Generations’ Note ยังได้กระตุ้นให้เพื่อนๆ ในชุมชนแชร์เรื่องราวของพวกเขาในพื้นที่ของนิตยสารอีกด้วย  <strong>“</strong><strong>พวกเขาได้อ่านและอยากจะส่งเรื่องราวของตัวเองมาลงในนิตยสารบ้าง”</strong>  หน่ายบอก และว่า มันเป็นสิ่งสำคัญที่เยาวชนรุ่นต่อไปจะต้องมีความคิดเป็นของตัวเอง  <strong>“</strong><strong>เยาวชนพม่าต้องเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ </strong><strong>เราต้องเรียนรู้ที่จะไม่กลัวการวิพากษ์วิจารณ์และหัดวิเคราะห์ </strong><strong>แต่ก่อนที่จะทำได้ เราต้องเชื่อมั่นในตัวเองเสียก่อน”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทูทูซาน วัย 23 ปี เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม The Young Generations’ Note ตั้งแต่แรกเริ่ม ก่อนที่จะเดินทางมายังอำเภอแม่สอด เธอไม่มีโอกาสได้อ่านหนังสือมากนักถึงแม้ว่าเธอจะอยากอ่านก็ตาม ในรัฐมอญบ้านเกิดของเธอมีห้องสมุด แต่หนังสือส่วนใหญ่ก็ทรุดโทรมเสียหายเพราะถูกมอดปลวกกัดกิน และจะปิดทำการอยู่ตลอด เธอมีความฝันว่า อยากเปิดห้องสมุดเล็กๆ ที่บ้านเกิดเพราะ <strong>“</strong><strong>เยาวชนจะได้ไม่ต้องเดินทางไปเรียนที่ประเทศอื่น”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และแล้วการได้มีส่วนร่วมกับนิตยสาร The Young Generations’ Note  ก็ทำให้ความฝันของเธอก็เป็นจริง เมื่อ The Young Generations’ Note  ออกมาฉบับแรก เธอได้เปิดห้องสมุดเล็กๆ ในหมู่บ้านโดยใช้พื้นที่ที่บ้านของป้าเป็นสถานที่ตั้ง  <strong>“</strong><strong>เราเริ่มจากหนังสือ 20 </strong><strong>เล่ม ตอนนี้เรามีหนังสือ 350 </strong><strong>เล่มแล้ว”</strong> และห้องสมุดแห่งนี้ได้ทำให้ผู้คนในชุมชนเล็กๆ ที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นไปได้ยาก แม้กระทั่งโทรทัศน์และวิทยุยังเป็นของแพง ได้มีโอกาส <strong>“</strong><strong>เปิดหูเปิดตา”</strong> กับเขาบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คะโรมี สาวชาวปะหล่องวัย 20 ปี หนึ่งในสมาชิกผู้จัดทำนิตยสาร The Young Generations’ Note   เห็นด้วยกับความคิดของทูทูซานเกี่ยวกับการเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ชนบทห่างไกล  เธอบอกว่า ในชุมชนชาวตาอั้ง หรือ ปะหล่องของเธอที่อยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉานไม่มีใครรู้ข่าวของพรรคเอ็นแอลดีและนางอองซาน ซูจีเลย <strong>“</strong><strong>พวกเราเหมือนอยู่ในโลกมืด”</strong> คะโรมี บอก <strong>“</strong><strong>เราจะคิดถึงแต่เรื่องไร่นาอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าเกิดรัฐบาลมายึดที่ทำกินของพวกเราหละ มันสำคัญมากที่ชาวบ้านควรจะรับรู้และเริ่มคิดวิเคราะห์เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว </strong><strong>การขาดการคิดวิเคราะห์เป็นผลโดยตรงมาจากการขาดแคลนสื่อ”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนที่คะโรมีจะเข้าร่วมกับ The Young Generations’ Note   เธอไม่เคยเขียนบทความอะไรมาก่อน แต่ด้วยทักษะและความมั่นใจที่ได้จากการเข้าร่วมกับนิตยสาร ทำให้ตอนนี้ เธอพร้อมแล้วที่จะผลิตสื่อในบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>“</strong><strong>เยาวชนต้องมีความรับผิดชอบสำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป เราต้องสร้างความเปลี่ยนแปลง </strong><strong>ถ้าไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม แต่ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ </strong><strong>เราต้องเริ่มคิดให้แตกต่าง ซึ่งทุกอย่างต้องอาศัยระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งประเทศพม่ายังขาดอยู่และเป็นปัญหาหลักอยู่ในขณะนี้ ”</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ปัจจุบัน The Young Generations’ Note ได้ขยายกิจกรรมเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากการผลิตนิตยสาร อาทิ จัดอบรมการผลิตสื่อให้แก่แรงงานข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็น การเขียน การถ่ายภาพ และการถ่ายวิดีโอ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำเว็บไซต์(<a href="http://www.ygnote.com/" target="_blank">www.ygnote.com</a>) เพื่อขยายกลุ่มผู้อ่าน รวมถึงจัดโครงการระดมทุนในเว็บไซต์ <a href="http://www.indiegogo.com/ygn">Indiegogo.com</a> เพื่อหาเงินมาเช่าสถานที่ และซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ  และได้เพิ่มยอดพิมพ์จาก 170 ฉบับ เป็น 500 ฉบับแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>และนี่คือผลจากแรงบันดาลใจจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งพวกเขาหวังว่านิตยสารแต่ละเล่มจะค่อยๆ จุดประกายให้เกิดการปฏิวัติทางปัญญาได้</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แปลจาก Take Note: Young Migrants Makes Waves with New Magazine </strong><strong>โดย BRENNAN O&#8217;CONNOR </strong><strong>จาก THE IRRAWADDY</strong><strong> 7 </strong><strong>พฤษภาคม 2555</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4401</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พรรค SNLD ได้รับการรับรองเป็นพรรคการเมืองแล้ว</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4395</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4395#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 May 2012 05:58:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมืองการปกครอง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ไทใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4395</guid>
		<description><![CDATA[หนังสือพิมพ์ของรัฐบาลพม่าอย่างเดอะนิวไลท์ออฟเมียนมาร์รายงานเมื่อวันพุธ(9 พฤษภาคม)ที่ผ่านมาว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติไทใหญ่เพื่อประชาธิปไตย( Shan Nationalities League for Democracy party &#8211; SNLD) ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเลือกตั้งให้เป็นพรรคการเมืองถูกต้องตามกฏหมายแล้ว หลังยื่นจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองรอบใหม่ &#160; ทั้งนี้ พรรค SNLD หวังกลับมาเข้าร่วมทางการเมืองและจดทะเบียนพรรคการเมืองอีกครั้ง หลังขุนทุนอู ผู้นำพรรคได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลพม่าอ้างว่า การปล่อยขุนทุนอูและนักโทษการเมืองอีกกว่า 651 คน เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฎิรูปประเทศ และต้องการให้ขุนทุนอูและพรรคกลับเข้ามาร่วมทางการเมือง &#160; ด้านขุนทุนอูให้สัมภาษณ์หลังได้รับการปล่อยตัวว่า “สิ่งที่เราชนกลุ่มน้อยต้องการคือ ความเสมอภาค และการมีสิทธิในการปกครองตนเอง แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะแยกตัวออกจากสหภาพพม่า เรารู้จักโรคที่สภาพพม่ากำลังเป็นอยู่ และเราก็มียารักษาโรคนี้อยู่แล้ว ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ปัญหาประเด็นทางการเมือง ไม่ใช่แค่การลงนามสันติภาพเพียงอย่างเดียว ” ขุนทุนอูกล่าว &#160; ทั้งนี้ พรรค SNLD ต้องถูกยุบพรรคในปี 2553 เช่นเดียวกับพรรคเอ็นแอลดีที่ไม่ยอมลงเลือกตั้งใหญ่ปี 2553 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะที่การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พรรค SNLD ไม่ได้เข้าร่วมด้วย เนื่องจากไม่มีเวลาเตรียมตัวทัน แต่คาดการณ์ว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/khun_htun_oo.gif" rel="lightbox[4395]"><img class="alignnone size-full wp-image-4396" title="khun_htun_oo" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/khun_htun_oo.gif" alt="" width="433" height="280" /></a></p>
<p>หนังสือพิมพ์ของรัฐบาลพม่าอย่างเดอะนิวไลท์ออฟเมียนมาร์รายงานเมื่อวันพุธ(9 พฤษภาคม)ที่ผ่านมาว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติไทใหญ่เพื่อประชาธิปไตย( Shan Nationalities League for Democracy party &#8211; SNLD) ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเลือกตั้งให้เป็นพรรคการเมืองถูกต้องตามกฏหมายแล้ว หลังยื่นจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองรอบใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span id="more-4395"></span></p>
<p>ทั้งนี้ พรรค SNLD หวังกลับมาเข้าร่วมทางการเมืองและจดทะเบียนพรรคการเมืองอีกครั้ง หลังขุนทุนอู ผู้นำพรรคได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลพม่าอ้างว่า การปล่อยขุนทุนอูและนักโทษการเมืองอีกกว่า 651 คน เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฎิรูปประเทศ และต้องการให้ขุนทุนอูและพรรคกลับเข้ามาร่วมทางการเมือง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านขุนทุนอูให้สัมภาษณ์หลังได้รับการปล่อยตัวว่า “สิ่งที่เราชนกลุ่มน้อยต้องการคือ ความเสมอภาค และการมีสิทธิในการปกครองตนเอง แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะแยกตัวออกจากสหภาพพม่า เรารู้จักโรคที่สภาพพม่ากำลังเป็นอยู่ และเราก็มียารักษาโรคนี้อยู่แล้ว ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ปัญหาประเด็นทางการเมือง ไม่ใช่แค่การลงนามสันติภาพเพียงอย่างเดียว ” ขุนทุนอูกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ พรรค SNLD ต้องถูกยุบพรรคในปี 2553 เช่นเดียวกับพรรคเอ็นแอลดีที่ไม่ยอมลงเลือกตั้งใหญ่ปี 2553 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะที่การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พรรค SNLD ไม่ได้เข้าร่วมด้วย เนื่องจากไม่มีเวลาเตรียมตัวทัน แต่คาดการณ์ว่า พรรค SNLD น่าจะร่วมลงชิงชัยในการเลือกตั้งใหญ่ 2558</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พรรค SNLD เป็นพรรคการเมืองไทใหญ่ที่ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับสองรองจากพรรคเอ็นแอลดีในช่วงปี 2533 แต่ก็ไม่เคยได้ก้าวขึ้นมาคณะรัฐบาลบริหารประเทศ นอกจากนี้ในปี 2548 ขุนทุนอูและสมาชิกพรรค SNLD อีก 9 คน ยังถูกจับกุมตัวและถูกตั้งข้อหาว่าก่อตั้งองค์กรผิดกฏหมายเพื่อพยายามสร้างความแตกแยกให้กับประเทศและขัดขวางแผนโรดแมพ 7 ขั้นตอนที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตย โดยขุนทุนอู ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 93 ปี ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา</p>
<p>แปลและเรียบเรียงจาก Mizzima</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4395</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เต็งเส่งและจายหมอกคำนำทีมเจรจาสันติภาพชุดใหม่</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4384</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4384#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 15:34:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมืองการปกครอง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4384</guid>
		<description><![CDATA[มีรายงานว่า คณะกรรมการเจรจาสันติภาพกับชนกลุ่มน้อยชุดใหม่นั้นจะอยู่ในความดูแลของประธานาธิบดีเต็งเส่งและจายหมอกคำ รองประธานาธิบดี โดยนายเต็งเส่ง ประธานาธิบดีจะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคณะกรรมการสหภาพ ขณะที่จายหมอกคำได้รับคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการคณะทำงาน &#160; ทั้งนี้ คณะเจรจาสันติภาพชุดใหม่จะประกอบไปด้วยนายฉ่วยหม่าน โฆษกสภาสูงและล่าง รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ รวมไปถึงผู้บัญชาการทหารประจำรัฐคะฉิ่นเป็นต้น &#160; อย่างไรก็ตามไม่มีชื่อของนายอ่องเถ่า ผู้นำทีมเจรจาชุดเก่ารวมอยู่ด้วยแต่อย่างใด ขณะที่มีการคาดการณ์กันว่า เหตุที่มีการเปลี่ยนคณะทีมเจรจากับชนกลุ่มน้อยชุดใหม่ สืบเนื่องจากการเจรจากับองค์กรคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Organization &#8211; KIO) องค์กรการเมืองของกองทัพคะฉิ่นต้องประสบความล้มเหลวหลายครั้ง อีกทั้งการหารือครั้งล่าสุด KIO ประกาศว่่าหมดความเชื่อใจในรัฐบาลพม่า ขณะที่ก่อนหน้านี้ทีมเจรจาจากฝ่ายรัฐบาลชุดเก่าสามารถทำข้อตกลงหยุดยิงกับชนกลุ่มน้อยไปแล้วกว่า 11 กลุ่ม &#160; แปลและเรียบเรียงจาก Mizzima &#160; &#160; &#160; &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/knu-gov-t-delegates-at-historic-peacemaking-10.jpg" rel="lightbox[4384]"><img class="alignnone size-full wp-image-4385" title="knu-gov-t-delegates-at-historic-peacemaking-10" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/knu-gov-t-delegates-at-historic-peacemaking-10.jpg" alt="" width="640" height="480" /></a></p>
<p>มีรายงานว่า คณะกรรมการเจรจาสันติภาพกับชนกลุ่มน้อยชุดใหม่นั้นจะอยู่ในความดูแลของประธานาธิบดีเต็งเส่งและจายหมอกคำ รองประธานาธิบดี โดยนายเต็งเส่ง ประธานาธิบดีจะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคณะกรรมการสหภาพ ขณะที่จายหมอกคำได้รับคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการคณะทำงาน</p>
<p><span id="more-4384"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ คณะเจรจาสันติภาพชุดใหม่จะประกอบไปด้วยนายฉ่วยหม่าน โฆษกสภาสูงและล่าง รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ รวมไปถึงผู้บัญชาการทหารประจำรัฐคะฉิ่นเป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตามไม่มีชื่อของนายอ่องเถ่า ผู้นำทีมเจรจาชุดเก่ารวมอยู่ด้วยแต่อย่างใด ขณะที่มีการคาดการณ์กันว่า เหตุที่มีการเปลี่ยนคณะทีมเจรจากับชนกลุ่มน้อยชุดใหม่ สืบเนื่องจากการเจรจากับองค์กรคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Organization &#8211; KIO) องค์กรการเมืองของกองทัพคะฉิ่นต้องประสบความล้มเหลวหลายครั้ง อีกทั้งการหารือครั้งล่าสุด KIO ประกาศว่่าหมดความเชื่อใจในรัฐบาลพม่า ขณะที่ก่อนหน้านี้ทีมเจรจาจากฝ่ายรัฐบาลชุดเก่าสามารถทำข้อตกลงหยุดยิงกับชนกลุ่มน้อยไปแล้วกว่า 11 กลุ่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลและเรียบเรียงจาก Mizzima</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4384</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ที่ปรึกษารัฐบาลเปิดเผย เต็งเส่งอาจไม่รับตำแหน่งต่ออีกสมัย</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=4377</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=4377#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 06:05:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมืองการปกครอง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=4377</guid>
		<description><![CDATA[นายโกโกหล่าย ที่ปรึกษาด้านการเมืองของเต็งเส่งเปิดเผยว่า เต็งเส่งอาจไม่เลือกดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่ออีกสมัย หากการปฏิรูปไปสู่ประชาธิปไตยเป็นไปอย่างราบรื่นและสงบ &#160; ทั้งนี้ นายโกโกหล่ายเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเต็งเส่งนั้นเปรียบเหมือนผู้ริเริ่มการปฏิรูปประเทศพม่า ซึ่งนับจากนี้ หากการปฏิรูปเป็นไปอย่างราบรื่น การปฏิรูปประเทศไปสู่ประชาธิปไตยในขั้นต่อไปก็จะขึ้นอยู่กับผู้นำคนใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาบริหารประเทศ โดยยังเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเต็งเส่งนั้นอาจยอมรับผลการเลือกตั้งในปี 2015 (2558) หากพรรคของนางอองซาน ซูจี ชนะการเลือกตั้ง แต่กล่าวว่าอาจยากที่จะคาดเดาท่าทีจากฝ่ายรัฐบาล ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพและพรรคการเมืองด้วย ก่อนหน้านี้ นางซูจีประกาศจะร่วมทำงานกับทุกฝ่าย รวมทั้งทหาร ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปประเทศพม่า &#160; อย่างไรก็ตาม ด้านหน่วยงานเศรษฐกิจของพม่าออกมารายงานเมื่อวันที่ 26 เดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า หากกองทัพพม่ากลับมายึดอำนาจ จะทำให้ชาติตะวันตกก็ใช้มาตรการคว่ำที่เข้มงวดต่อพม่าอีกครั้ง นั่นจะทำให้เศรษฐกิจของพม่าเติบโตขึ้นเพียง 4.4 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2016 – 2020 เปรียบเทียบกับเศรษฐกิจของพม่าจะเติบโตขึ้น 7.7 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้นโยบายที่เปลี่ยนแปลงแล้วของรัฐบาลพม่าที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง &#160; ขณะที่มีการคาดการณ์กันว่า นายฉ่วยหม่าน โฆษกสภาสูงและล่างก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นตัวเต็งสำคัญในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2015 นอกเหนือจากนางซูจี ขณะที่เมื่อเร็วๆนี้ รองประธานาธิบดีติ่น อ่อง มิ้น อู วัย 61 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/Thein-Sein.jpg" rel="lightbox[4377]"><img class="alignnone size-full wp-image-4378" title="Thein-Sein" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2012/05/Thein-Sein.jpg" alt="" width="378" height="300" /></a></p>
<p>นายโกโกหล่าย ที่ปรึกษาด้านการเมืองของเต็งเส่งเปิดเผยว่า เต็งเส่งอาจไม่เลือกดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่ออีกสมัย หากการปฏิรูปไปสู่ประชาธิปไตยเป็นไปอย่างราบรื่นและสงบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span id="more-4377"></span></p>
<p>ทั้งนี้ นายโกโกหล่ายเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเต็งเส่งนั้นเปรียบเหมือนผู้ริเริ่มการปฏิรูปประเทศพม่า ซึ่งนับจากนี้ หากการปฏิรูปเป็นไปอย่างราบรื่น การปฏิรูปประเทศไปสู่ประชาธิปไตยในขั้นต่อไปก็จะขึ้นอยู่กับผู้นำคนใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาบริหารประเทศ โดยยังเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเต็งเส่งนั้นอาจยอมรับผลการเลือกตั้งในปี 2015 (2558) หากพรรคของนางอองซาน ซูจี ชนะการเลือกตั้ง แต่กล่าวว่าอาจยากที่จะคาดเดาท่าทีจากฝ่ายรัฐบาล ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพและพรรคการเมืองด้วย ก่อนหน้านี้ นางซูจีประกาศจะร่วมทำงานกับทุกฝ่าย รวมทั้งทหาร ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปประเทศพม่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ด้านหน่วยงานเศรษฐกิจของพม่าออกมารายงานเมื่อวันที่ 26 เดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า หากกองทัพพม่ากลับมายึดอำนาจ จะทำให้ชาติตะวันตกก็ใช้มาตรการคว่ำที่เข้มงวดต่อพม่าอีกครั้ง นั่นจะทำให้เศรษฐกิจของพม่าเติบโตขึ้นเพียง 4.4 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2016 – 2020 เปรียบเทียบกับเศรษฐกิจของพม่าจะเติบโตขึ้น 7.7 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้นโยบายที่เปลี่ยนแปลงแล้วของรัฐบาลพม่าที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่มีการคาดการณ์กันว่า นายฉ่วยหม่าน โฆษกสภาสูงและล่างก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นตัวเต็งสำคัญในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2015 นอกเหนือจากนางซูจี ขณะที่เมื่อเร็วๆนี้ รองประธานาธิบดีติ่น อ่อง มิ้น อู วัย 61 ได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว โดยอ้างมีปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่า นายติ่น อ่อง มิ้น อู เป็นนายพลหัวอนุรักษ์และเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับนายพลตานฉ่วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่มีรายงานว่า กองเซอเซอร์พม่าได้ประกาศห้ามสื่อในประเทศตีพิมพ์ข่าวการลาออกของรองประธานาธิบดีติ่น อ่อง มิ้น อู เรื่องนี้กำลังทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามกลับไปยังรัฐมนตรีด้านข่าวสารของพม่าที่ออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่า สื่อมีเสรีภาพในการทำข่าวนั้นจริงหรือไม่ อีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่า มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดบริเวณบ้านพักของติ่น อ่อง มิ้น อู ในเมืองมะยันโก่ง เขตย่างกุ้งตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลและเรียบเรียงมากจาก Mizzima/ Irrawaddy</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=4377</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

