<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Salween News Online : สาละวินนิวส์ออนไลน์</title>
	<atom:link href="http://salweennews.org/home/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://salweennews.org/home</link>
	<description>&#34;แบ่งปันความเข้าใจสู่เพื่อนบ้าน&#34;</description>
	<lastBuildDate>Sat, 18 May 2013 12:45:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>พายุถล่มเมืองกุ๋นเหง บ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมาก</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6252</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6252#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 May 2013 12:44:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ไทใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6252</guid>
		<description><![CDATA[มีรายงานว่า ในปลายเดือนเมษายนและในเดือนพฤษภาคมได้เกิดเหตุพายุลมแรงถล่มในเมืองกุ๋นเหง ทางภาคใต้ของรัฐฉานหลายครั้ง ทำให้มีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงวัดและโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน &#160; ทั้งนี้ ได้เกิดเหตุพายุถล่มในเขตเมืองกุ๋นเหง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา และเกิดเหตุพายุลมแรงอีกครั้งในวันที่ 10 และวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งภัยธรรมชาติทั้ง 3 ครั้ง ทำให้มีบ้านเรือนของชาวบ้านในเขตเมืองกุ๋งเหงได้รับความเสียหาย 75 หลัง ในจำนวนนี้รวมถึงวัด 3 แห่ง และโรงเรียนอีก 2 แห่ง ภัยธรรมชาติทั้ง 3 ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 18 ราย &#160; มีรายงานว่า ยังไม่มีหน่วยงานไหนของรัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยชาวบ้านกำลังต้องการความช่วยเหลือด้านน้ำดื่มและยารักษาโรคอย่างเร่งด่วน ในขณะที่กำลังเข้าสู่ฤดูฝน ชาวบ้านต่างกังวลว่าจะได้รับความยากลำบากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากยังไม่มีการสร้างที่พักพิงชั่วคราวแก่ผู้ประสบภัย &#160; ที่มา เว็บไซต์ข่าวไทใหญ่ www.mongloi.org &#160; สามารถบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติในเมืองกุ๋นเหงได้ที่ ชื่อบัญชี SHAN หมายเลขบัญชี 402-387907-6 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/KH_destroyed_by_wind_001.jpg" rel="lightbox[6252]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6253" title="KH_destroyed_by_wind_001" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/KH_destroyed_by_wind_001.jpg" alt="" width="530" height="398" /></a></p>
<p>มีรายงานว่า ในปลายเดือนเมษายนและในเดือนพฤษภาคมได้เกิดเหตุพายุลมแรงถล่มในเมืองกุ๋นเหง ทางภาคใต้ของรัฐฉานหลายครั้ง ทำให้มีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงวัดและโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span id="more-6252"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ได้เกิดเหตุพายุถล่มในเขตเมืองกุ๋นเหง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา และเกิดเหตุพายุลมแรงอีกครั้งในวันที่ 10 และวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งภัยธรรมชาติทั้ง 3 ครั้ง ทำให้มีบ้านเรือนของชาวบ้านในเขตเมืองกุ๋งเหงได้รับความเสียหาย 75 หลัง ในจำนวนนี้รวมถึงวัด 3 แห่ง และโรงเรียนอีก 2 แห่ง ภัยธรรมชาติทั้ง 3 ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 18 ราย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีรายงานว่า ยังไม่มีหน่วยงานไหนของรัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยชาวบ้านกำลังต้องการความช่วยเหลือด้านน้ำดื่มและยารักษาโรคอย่างเร่งด่วน ในขณะที่กำลังเข้าสู่ฤดูฝน ชาวบ้านต่างกังวลว่าจะได้รับความยากลำบากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากยังไม่มีการสร้างที่พักพิงชั่วคราวแก่ผู้ประสบภัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา เว็บไซต์ข่าวไทใหญ่ www.mongloi.org</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สามารถบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติในเมืองกุ๋นเหงได้ที่</p>
<p>ชื่อบัญชี SHAN</p>
<p>หมายเลขบัญชี 402-387907-6</p>
<p>ธนาคารไทยพาณิชย์</p>
<p>สาขาบิ้กซี หางดง เชียงใหม่</p>
<p>หรือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 081-5312837,089-2644127</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6252</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชายแดนรัฐมอญ กับการจากไปของคนหนุ่มสาว</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6245</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6245#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 May 2013 16:02:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานข้ามชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6245</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ที่นี่ถูกเรียกขานว่าเป็น &#8220;ดินแดนของคนชรา&#8221; ด้วยความขัดแย้ง เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้รัฐมอญ ดินแดนทางตะวันตกของประเทศพม่าต้องสูญเสียบุคลากรคนหนุ่มสาวที่หลั่งไหลออกนอกพื้นที่เพื่อไปหางานทำยังต่างประเทศ &#160; ทว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังโปรโมทเรื่องการเปลี่ยนแปลงเพื่อสันติภาพและจะมีการพัฒนาในพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้รัฐมอญต้องย้อนกลับมามองอนาคตของตนเอง และการขาดแคลนบุคลากรหนุ่มสาว &#160; ในพื้นที่ชนบทของหมู่บ้านยัวติ๊ด มีแต่คนชราและเด็กเล็กอาศัยอยู่ ซึ่งคนในพื้นที่เผยว่า ประชากรคนหนุ่มสาวที่หายไปคิดเป็นจำนวนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ วัยรุ่นจำนวนมากเดินทางข้ามชายแดนไปหางานทำในประเทศไทยทันทีที่เรียนจบ &#160; &#8220;ในหมู่บ้านของเรามีคนเหลืออยู่ไม่มากนัก จะมีแค่พวกแม่ๆและปู่ย่าตายายที่ดูแลหลาน&#8221; เญ่งติ่น บอก ลูกของเธอทั้งหมด 5 คนไปหางานทำที่ประเทศไทย &#160; เธอบอกว่า เธออาศัยเงินที่ลูกส่งมาในการเลี้ยงปากท้อง เธอไม่ได้ทำงานเพราะต้องเลี้ยงดูหลาน 5 คน &#160; &#8220;ฉันจะอยู่ยังไงถ้าพวกเขาไม่ส่งเงินมาให้&#8221; หญิงชราวัย 60 ปีกล่าว &#160; การศึกษาล่าสุดจากองค์กร เฮล์พเอจ อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า กว่าหนึ่งในสี่ของครอบครัวในรัฐมอญ มีแค่ปู่ย่าตายายกับหลาน มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ &#160; พื้นที่ชายแดนห่างไกลในพม่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ ได้รับความเสียหายจากสงครามกลางเมืองนับตั้งแต่พม่าได้รับเอกราขจากอังกฤษเรื่อยมา โดยในช่วงที่ประเทศถูกปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการทหารมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงในพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากรัฐบาลเผด็จกการต้องการตัดความช่วยเหลือจากชุมชนไปยังกองกำลังกลุ่มชาติพันธ์ ส่งผลกระทบต่อชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศด้วย &#160; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/ywarthit.jpg" rel="lightbox[6245]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6248" title="ywarthit" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/ywarthit.jpg" alt="" width="607" height="299" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่นี่ถูกเรียกขานว่าเป็น &#8220;ดินแดนของคนชรา&#8221; ด้วยความขัดแย้ง เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้รัฐมอญ ดินแดนทางตะวันตกของประเทศพม่าต้องสูญเสียบุคลากรคนหนุ่มสาวที่หลั่งไหลออกนอกพื้นที่เพื่อไปหางานทำยังต่างประเทศ</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังโปรโมทเรื่องการเปลี่ยนแปลงเพื่อสันติภาพและจะมีการพัฒนาในพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้รัฐมอญต้องย้อนกลับมามองอนาคตของตนเอง และการขาดแคลนบุคลากรหนุ่มสาว<span id="more-6245"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในพื้นที่ชนบทของหมู่บ้านยัวติ๊ด มีแต่คนชราและเด็กเล็กอาศัยอยู่ ซึ่งคนในพื้นที่เผยว่า ประชากรคนหนุ่มสาวที่หายไปคิดเป็นจำนวนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ วัยรุ่นจำนวนมากเดินทางข้ามชายแดนไปหางานทำในประเทศไทยทันทีที่เรียนจบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ในหมู่บ้านของเรามีคนเหลืออยู่ไม่มากนัก จะมีแค่พวกแม่ๆและปู่ย่าตายายที่ดูแลหลาน&#8221; เญ่งติ่น บอก ลูกของเธอทั้งหมด 5 คนไปหางานทำที่ประเทศไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เธอบอกว่า เธออาศัยเงินที่ลูกส่งมาในการเลี้ยงปากท้อง เธอไม่ได้ทำงานเพราะต้องเลี้ยงดูหลาน 5 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ฉันจะอยู่ยังไงถ้าพวกเขาไม่ส่งเงินมาให้&#8221; หญิงชราวัย 60 ปีกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การศึกษาล่าสุดจากองค์กร เฮล์พเอจ อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า กว่าหนึ่งในสี่ของครอบครัวในรัฐมอญ มีแค่ปู่ย่าตายายกับหลาน มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พื้นที่ชายแดนห่างไกลในพม่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ ได้รับความเสียหายจากสงครามกลางเมืองนับตั้งแต่พม่าได้รับเอกราขจากอังกฤษเรื่อยมา โดยในช่วงที่ประเทศถูกปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการทหารมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงในพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากรัฐบาลเผด็จกการต้องการตัดความช่วยเหลือจากชุมชนไปยังกองกำลังกลุ่มชาติพันธ์ ส่งผลกระทบต่อชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่รัฐบาลพลเรือนที่เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศตั้งแต่ต้นปี 2011 ได้ลงนามในสัญญาหยุดยิงกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่รัฐมอญและรัฐกะเหรี่ยง ทว่า ก็ยังไม่มีทีท่าว่าแรงงานข้ามชาติจะกลับเข้ามาในประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แรงจูงใจเรื่องเงินอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะผลักดันให้คนหนุ่มสาวออกไปทำงานนอกประเทศพม่า ที่เป็นประเทศหนึ่งที่ติดอันดับเศรษฐกิจย่ำแย่ที่สุดในเอเชียในยครัฐบาลเผด็จการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติจากพม่าที่ขึ้นทะเบียนกว่า 1.7 ล้านคน และคาดว่ามีแรงงานที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีกประมาณ 1 ล้านคน ข้อมูลจาก แอนดี้ ฮอล์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้แรงงานราคาถูกเหล่านี้เพื่อสนันสนุนในหลายภาคส่วนอย่าง ทั้งในการก่อสร้าง การผลิตอาหาร และอุตสาหกรรมการประมง แต่แอนดี้ ฮอล์ กล่าวว่า แรงงานข้ามชาติมักจะตกเป็นเหยื่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการเลือกปฏิบัติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;พวกเขาอยากกลับบ้านแต่ความแตกต่างของรายได้นั้นมาก พวกเจาจึงกลับไม่ได้&#8221; เขากล่าว โดยระบุว่า เงินที่แรงงานข้ามชาติทั้งหมดส่งกลับบ้านในพม่ารวมแล้วอยู่ที่ 300 ล้าน ถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในประเทศไทย แรงงานเหล่านี้มีรายได้ประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 6,000 บาท)ต่อเดือน หรือมากกว่า ซึ่งมากกว่ารายได้ในประเทศหลายเท่าตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จ่อตูยะ และเฮย์มาร์ ภรรยาของเขาเดินทางมาจากมะละแหม่ง เมืองหลวงของรัฐมอญ ทั้งสองคนมาพบกันครั้งแรกที่โรงงานคัดกุ้งในมหาชัย ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีแรงงานจากพม่าอยู่จำนวนมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมเสียใจที่ประเทศของผมไม่เหมือนประเทศอื่น ผมคิดถงพ่อแม่มาก &#8221; จ่อตูยะบอก ครอบครัวของเขาในรัฐมอญมีอาชีพทำนาซึ่งเขาเล่าว่า ในพม่าต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบากมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สองสามีภรรยาอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไร ในตึกที่เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวที่มาจากประเทศพม่า แม้วว่าพวกเขาไม่ได้มีอะไรมาก แต่ข้าวของเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับที่บ้านเกิดนี่ถือว่าหรูมากแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ที่นี่เรามีงานทำ ถนนหนทาง ไฟฟ้า ทุกอย่างดีหมด ถ้าเป็นในพม่า เราคงไม่มีเงินซื้อทีวี หรือคอมพิวเตอร์ มันแตกต่างกันมาก&#8221; จ่อตูยะกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงที่นางอองซาน ซูจี นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยมาเยือนประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว นางบอกกับฝูงชนแรงงานพม่าในทหาชัยว่า นางหวังว่าพวกเขาจะได้กลับบ้านในไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงแผนระเบียงเศรษฐกิจของพม่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พม่ามีแผนการสร้างเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษหลายแห่งทั่วประเทศทำให้ต้องมีการพึ่งพาแรงงานที่มีฝีมือซึ่งกำลังขาดแคลนอยู่ในขณะนี้ โดยทางการหวังว่าจะมีการล่อใจให้แรงงานกลับประเทศเพื่อบรรเทาการขาดแคบน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับจ่อตูยะ ที่สามารถสื่อสารภาษาไทยและภาษาจีนขั้นพื้นฐานได้ เขาทำงานป้อนข้อมูลในคอมพิวเตอร์อยู่ในขณะนี้ เข้าข่ายเป็นแรงงานที่มีคุณสมบัติดีเลิศที่กำลังต้องการ แต่ค่าตอบแทนก็ควรจะจูงใจด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โก โก จ่อ บรรณาธิการจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตัลวินไทม์ เผิดเผยว่า คนหนุ่มสาวที่ทำงานในรฐมอญได้ค่าจ้างแค่วันจะ 3,000 จั๊ต หรือ ประมาณ 90 บาท &#8220;มันไม่พอกิน เพราะอย่างนี้พวกเขาถึงต้องออกนอกประเทศ ที่นี่จึงกลายเป็นที่ที่มีแต่คนแก่อยู่&#8221; เขากล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อยางไรก็ตาม ในรัฐมอญก็มีหลายอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีการลาดถนนใหม่ที่มุ่งหน้าไปยังชายแดนประเทศไทย มีแผนการหลายอย่างเพื่อรองรับโครงการท่าเรือน้ำลึกในทวายซึ่งอยู่ในพื้นที่ใต้ลงไป รวมทั้งบริษัทจากต่างชาติได้เข้ามาให้เห็นในพื้นที่ซักพักหนึ่งแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แอชลี เซาธ์ ที่ปรึกษาของ Myanmar Peace Support Initiative กล่าวว่า มีความกังวลว่า โครงการพัฒนาบางโครงการ โดยเฉพาะ การก่อสร้างเหมืองแร่ จะนำไปสู่ปัญหาการยึดที่ดินและปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;มีหลายชุมชนที่กำลังได้รับผลกระทบที่เพิ่มขึ้นจากการบุกและการทำธุรกิจในพื้นที่ที่ยังคงมีความขัดแย้ง&#8221; เขากล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ติ้นซาน ผู้จัดการระดับรัฐของ Myanmar Agricultural Produce Trading ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐมอญ ซึ่งพึ่งพาผลผลิตยางเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองไปเป็นอย่างอื่นบ้าง อย่างอุตสาหกรรมเป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทว่า การขาดแคลนไฟฟ้ายังคงเป็นปัญหาหลักที่ท้าทาย ซึ่งทางการได้คาดหวังว่าจะใช้เวลา 2-3 ปีที่จะมีไฟฟ้าใช้เพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เราก็ยังไม่มีลู่ทางที่แท้จริง&#8221; เขากล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในพื้นที่ชานเมืองมะละแหม่ง ชาวนาอย่างทวยยี กล่าวว่า ชีวิตในชนบทจะหรือดึงดูดให้คนหนุ่มสาวที่ชีวิตก้าวหน้าในต่างประเทศกลับมาได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>&#8220;คนที่อยู่ที่นั่นพวกเขากลับมาอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก ถ้าผมยังหนุ่มอยู่ ผมก็คงอยากไปเหมือนกัน&#8221; ชายวัย 58 ปี กล่าว</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"> &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p style="text-align: center;"><strong> แปลจาก Border communities struggle as youth move abroad</strong><br />
<strong>15 พฤษภาคม 2556 AFP</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6245</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พรรครัฐบาล USDP เผย อาจร่วมมือพรรค NLD แก้รัฐธรรมนูญ หากเกิดประโยชน์ต่อประชาชน</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6242</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6242#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 May 2013 15:47:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6242</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ (16 พฤษภาคม 2556 ) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคพรรคสหภาพเอกภาพและการพัฒนา หรือพรรค USDP ของรัฐบาลพม่าได้ออกมาเปิดเผยว่า ยินดีที่จะร่วมมือกับนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2008 หากการแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน &#160; นายอ่องถ่อง จากพรรค USDP กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพรรค USDP และพรรคเอ็นแอลดีนั้นมีความคืบหน้ามากขึ้น ขณะที่การแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าระดับสูงของพรรค USDP ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่นางซูจีได้กล่าวแถลงต่อสื่อมวลชนในวันศุกร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พรรคเอ็นแอลดีและพรรค USDP อยู่ในขั้นตอนการเจรจาและตกลงที่จะร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2551 ก่อนการเลือกตั้งปี 2558 ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง และให้อำนาจแก่กองทัพพม่าจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้ นายอ่องถ่องให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอิรวดีว่า “เราทุกคนจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญบางส่วนอาจได้รับการแก้ไขโดยพรรคเอ็นแอลดี แต่บางส่วนอาจจะไม่ เราทุกคนต้องทำงานร่วมกัน แต่พวกเราก็ไม่คิดว่า ทุกอย่างจะต้องเป็นไปในแบบที่เราต้องการ แต่หากว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน เราก็จะให้การสนับสนุนพรรคเอ็นแอลดีตราบที่พวกเขาให้การสนับสนุนการทำงานของเรา เรากำลังสร้างความเชื่อใจให้เกิดขึ้นระหว่างกัน ” นายอ่องถ่องกล่าว นายอ่องถ่องยังกล่าวเสริมว่า ถึงแม้พรรคเอ็นแอลดี ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามในอดีตจะได้เข้ามาทำงานร่วมกันในรัฐสภากับพรรค USDP แต่ยังเร็วเกินไปที่จะกล่าวว่า พรรคเอ็นแอลดีนั้นจะร่วมทำงานในรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2558 ขณะที่ทางด้านนายเทอู [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/USDP.jpg" rel="lightbox[6242]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6243" title="USDP" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/USDP.jpg" alt="" width="597" height="448" /></a></p>
<p>วันนี้ (16 พฤษภาคม 2556 ) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคพรรคสหภาพเอกภาพและการพัฒนา หรือพรรค USDP ของรัฐบาลพม่าได้ออกมาเปิดเผยว่า ยินดีที่จะร่วมมือกับนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีในการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2008 หากการแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span id="more-6242"></span></p>
<p>นายอ่องถ่อง จากพรรค USDP กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพรรค USDP และพรรคเอ็นแอลดีนั้นมีความคืบหน้ามากขึ้น ขณะที่การแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าระดับสูงของพรรค USDP ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่นางซูจีได้กล่าวแถลงต่อสื่อมวลชนในวันศุกร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พรรคเอ็นแอลดีและพรรค USDP อยู่ในขั้นตอนการเจรจาและตกลงที่จะร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2551 ก่อนการเลือกตั้งปี 2558 ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง และให้อำนาจแก่กองทัพพม่าจนถึงทุกวันนี้</p>
<p>ทั้งนี้ นายอ่องถ่องให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอิรวดีว่า “เราทุกคนจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญบางส่วนอาจได้รับการแก้ไขโดยพรรคเอ็นแอลดี แต่บางส่วนอาจจะไม่ เราทุกคนต้องทำงานร่วมกัน แต่พวกเราก็ไม่คิดว่า ทุกอย่างจะต้องเป็นไปในแบบที่เราต้องการ แต่หากว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน เราก็จะให้การสนับสนุนพรรคเอ็นแอลดีตราบที่พวกเขาให้การสนับสนุนการทำงานของเรา เรากำลังสร้างความเชื่อใจให้เกิดขึ้นระหว่างกัน ” นายอ่องถ่องกล่าว</p>
<p>นายอ่องถ่องยังกล่าวเสริมว่า ถึงแม้พรรคเอ็นแอลดี ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามในอดีตจะได้เข้ามาทำงานร่วมกันในรัฐสภากับพรรค USDP แต่ยังเร็วเกินไปที่จะกล่าวว่า พรรคเอ็นแอลดีนั้นจะร่วมทำงานในรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2558</p>
<p>ขณะที่ทางด้านนายเทอู รองประธานพรรค USDP กล่าวว่า พร้อมที่จะทำงานกับพรรคเอ็นแอลดี และพร้อมที่จะหารือทุกประเด็นกับพรรคเอ็นแอลดี ทั้งเรื่องอธิปไตยของประเทศ ความเป็นเอกภาพและรวมถึงประเด็นเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อย โดยกล่าวว่า ถึงแม้ความคิดเห็นจะแตกต่าง แต่เพื่อผลประโยชน์ของชาติ ทั้งสองพรรคจะต้องร่วมมือกัน แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรค USDP ระบุว่า เป็นเรื่องที่เร็วเกินไป หากจะออกมาประกาศว่า รัฐธรรมนูญปี 2551 ในส่วนไหนบ้างที่ควรจะต้องแก้ไข</p>
<p>ขณะนี้ ทางพรรคเอ็นแอลดีอยู่ในระหว่างการทบทวนและศึกษารัฐธรรมนูญปี 2551 และปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดว่า ทางพรรคต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนไหน ทั้งนี้ พรรคเอ็นแอลดีเคยเปิดเผยว่า กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและทบทวนรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี การออกกฎหมาย บทบาทของกองทัพในทางการเมืองรวมไปถึงการประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นต้น อย่างไรก็ตาม ทางพรรคเอ็นแอลดีระบุ จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา Irrawaddy</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6242</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รัฐบาลพม่าเตรียมให้เงิน 3 พันล้านจั๊ต ช่วยเหลือโรงเรียงวัดทั่วประเทศ</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6235</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6235#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 May 2013 03:07:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6235</guid>
		<description><![CDATA[กระทรวงศาสนาของพม่าได้ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลพม่าเตรียมให้เงินช่วยเหลือจำนวน 3 พันล้านจั๊ต หรือราว 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับโรงเรียนวัดทั่วประเทศ ขณะที่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลให้เงินช่วยเหลือก้อนใหญ่แก่การศึกษาในพม่า จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการพม่าระบุว่า เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลครั้งนี้จะถูกนำไปช่วยด้านเงินเดือนของครูโรงเรียนวัดในปีการศึกษา 2556 – 2557 โดยรัฐบาลนั้นมีแผนจะนำเงินก้อนนี้ไปช่วยเหลือโรงเรียนวัดในหลายรัฐและในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามระบุ ยังไม่แน่ชัดว่า โรงเรียดวัดจะได้รับการสนับสนุนในปีการศึกษาต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมให้การช่วยเหลือในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ทางด้านผู้ที่ทำงานภาคการศึกษาของพม่าได้ออกมาแสดงความยินดีกับข่าวนี้ เช่นเดียวกับพระอู นะยะกะ เจ้าอาวาสจากโรงเรียนวัดเป่าว์ดะวู ในมัณฑะเลย์กล่าวว่า ดีใจที่ทางรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนต้องช่วยเหลือตัวเองในด้านงบประมาณ โดยกล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนในปีการศึกษาต่อๆไป อย่างไรก็ตาม พระ อู นะยะกะ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า งบประมาณที่ทางรัฐบาลนำมาช่วยเหลือโรงเรียนวัดครั้งนี้จะเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากพบว่า จำนวนโรงเรียนวัดจากทั่วประเทศนั้นมีเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลพบว่า โรงเรียนวัดบางแห่งนั้นจ่ายเงินเดือนให้กับครูชั้นประถม 38,000 จั๊ต(ประมาณ 12,48 บาท) ชั้นมัธยมต้น 45,000 จั๊ต( ประมาณ 1,478 บาท) และชั้นมัธยาปลาย 50,000 จั๊ต(ประมาณ 1,642 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/temple-school-.jpg" rel="lightbox[6235]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6236" title="temple school" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/temple-school-.jpg" alt="" width="610" height="342" /></a></p>
<p style="text-align: justify;">กระทรวงศาสนาของพม่าได้ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลพม่าเตรียมให้เงินช่วยเหลือจำนวน 3 พันล้านจั๊ต หรือราว 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับโรงเรียนวัดทั่วประเทศ ขณะที่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลให้เงินช่วยเหลือก้อนใหญ่แก่การศึกษาในพม่า</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-6235"></span></p>
<p style="text-align: justify;">จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการพม่าระบุว่า เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลครั้งนี้จะถูกนำไปช่วยด้านเงินเดือนของครูโรงเรียนวัดในปีการศึกษา 2556 – 2557 โดยรัฐบาลนั้นมีแผนจะนำเงินก้อนนี้ไปช่วยเหลือโรงเรียนวัดในหลายรัฐและในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามระบุ ยังไม่แน่ชัดว่า โรงเรียดวัดจะได้รับการสนับสนุนในปีการศึกษาต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมให้การช่วยเหลือในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้</p>
<p style="text-align: justify;">ทางด้านผู้ที่ทำงานภาคการศึกษาของพม่าได้ออกมาแสดงความยินดีกับข่าวนี้ เช่นเดียวกับพระอู นะยะกะ เจ้าอาวาสจากโรงเรียนวัดเป่าว์ดะวู ในมัณฑะเลย์กล่าวว่า ดีใจที่ทางรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนต้องช่วยเหลือตัวเองในด้านงบประมาณ โดยกล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนในปีการศึกษาต่อๆไป อย่างไรก็ตาม พระ อู นะยะกะ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า งบประมาณที่ทางรัฐบาลนำมาช่วยเหลือโรงเรียนวัดครั้งนี้จะเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากพบว่า จำนวนโรงเรียนวัดจากทั่วประเทศนั้นมีเป็นจำนวนมาก</p>
<p style="text-align: justify;">จากข้อมูลพบว่า โรงเรียนวัดบางแห่งนั้นจ่ายเงินเดือนให้กับครูชั้นประถม 38,000 จั๊ต(ประมาณ 12,48 บาท) ชั้นมัธยมต้น 45,000 จั๊ต( ประมาณ 1,478 บาท) และชั้นมัธยาปลาย 50,000 จั๊ต(ประมาณ 1,642 บาท) ทั้งนี้ ในอดีตพบว่า เงินเดือนของครูโรงเรียนวัดนั้นมาจากเงินบริจาคของนักธุรกิจและเศรษฐี ถึงแม้การศึกษาในระบบจะเปิดโอกาสให้เด็กในพม่าได้เรียนฟรี แต่โรงเรียนวัดก็ยังคงเป็นศูนย์กลางการศึกษาให้กับเด็กกำพร้าและเด็กที่มาจากครอบครัวยากจน จากรายงานของกระทรวงด้านศาสนาของพม่าเปิดเผยว่า มีโรงเรียนวัดอยู่ทั่วประเทศ 1579 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นระดับชั้นประถมศึกษา</p>
<p style="text-align: justify;">ที่มา Irrawaddy ภาพโดย Kyi Wai</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6235</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กองทัพพม่าโจมตี RCSS/SSA อย่างหนักในเมืองน้ำคำ อ้างจับกุมชาวพม่า</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6227</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6227#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 May 2013 14:55:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ไทใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6227</guid>
		<description><![CDATA[แหล่งข่าว RCSS/SSA ได้ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดี (9 พฤษภาคม) ที่ผ่านมา ทางกองทัพพม่าได้ใช้ปืนใหญ่โจมตีทหารของ RCSS/SSA กองพันที่ 701 ซึ่งประจำอยู่ที่หนองม้า ในเมืองน้ำคำ ทางภาคเหนือของรัฐฉานอย่างหนัก   ทั้งนี้ แหล่งข่าวของ RCSS/SSA เปิดเผยว่า กองทัพพม่ากองพันที่ 145 ได้ใช้ปืนใหญ่โจมตีทหารของ RCSS/SSA อย่างหนักที่หมู่บ้านหนองม้า เมืองน้ำคำ ซึ่งฐานทัพของ RCSS/SSA นั้นอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำมาว ซึ่งกั้นระหว่างชายแดนจีนและพม่ามีรายงานว่า กองทัพพม่าได้ใช้ปืนใหญ่โจมตี RCSS/SSA ทำให้มีบ้านเรือนของชาวบ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย มีรายงานว่า กระสุนปืนยังได้ตกไปยังฝั่งจีน  หลังเกิดเหตุปะทะกัน ทางการจีนได้ปิดชายแดนและเพิ่มกำลังทหารตามชายแดนทันที ด้านชาวบ้านบางส่วนหนีภัยสงครามไปยังฝั่งจีน ขณะที่บางส่วนหนีเข้าไปในตัวเมืองน้ำคำ ทางด้าน RCSS/SSA เปิดเผยว่า การปะทะกันครั้งนี้ ทำให้ทหารพม่าเสียชีวิต 10 นาย บาดเจ็บอีก 7 นาย ขณะที่ทหารไทใหญ่เสียชีวิต 1 นาย ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อ การโจมตีทหารไทใหญ่ครั้งนี้ น่าจะสืบเนื่องจากชาวพม่า 4 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/shan-soldier.jpg" rel="lightbox[6227]"><img class="size-full wp-image-6228" title="A REBEL SHAN SOLDIER GUARDS A MOBILE CAMP OF THE REBEL SHAN STATE ARMY IN NORTHEASTERN MYANMAR." src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/shan-soldier.jpg" alt="" width="610" height="401" /></a></p>
<p style="text-align: justify;">แหล่งข่าว RCSS/SSA ได้ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดี (9 พฤษภาคม) ที่ผ่านมา ทางกองทัพพม่าได้ใช้ปืนใหญ่โจมตีทหารของ RCSS/SSA กองพันที่ 701 ซึ่งประจำอยู่ที่หนองม้า ในเมืองน้ำคำ ทางภาคเหนือของรัฐฉานอย่างหนัก</p>
<p style="text-align: justify;"> <span id="more-6227"></span></p>
<p style="text-align: justify;">ทั้งนี้ แหล่งข่าวของ RCSS/SSA เปิดเผยว่า กองทัพพม่ากองพันที่ 145 ได้ใช้ปืนใหญ่โจมตีทหารของ RCSS/SSA อย่างหนักที่หมู่บ้านหนองม้า เมืองน้ำคำ ซึ่งฐานทัพของ RCSS/SSA นั้นอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำมาว ซึ่งกั้นระหว่างชายแดนจีนและพม่ามีรายงานว่า กองทัพพม่าได้ใช้ปืนใหญ่โจมตี RCSS/SSA ทำให้มีบ้านเรือนของชาวบ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย มีรายงานว่า กระสุนปืนยังได้ตกไปยังฝั่งจีน</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"> หลังเกิดเหตุปะทะกัน ทางการจีนได้ปิดชายแดนและเพิ่มกำลังทหารตามชายแดนทันที ด้านชาวบ้านบางส่วนหนีภัยสงครามไปยังฝั่งจีน ขณะที่บางส่วนหนีเข้าไปในตัวเมืองน้ำคำ ทางด้าน RCSS/SSA เปิดเผยว่า การปะทะกันครั้งนี้ ทำให้ทหารพม่าเสียชีวิต 10 นาย บาดเจ็บอีก 7 นาย ขณะที่ทหารไทใหญ่เสียชีวิต 1 นาย</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อ การโจมตีทหารไทใหญ่ครั้งนี้ น่าจะสืบเนื่องจากชาวพม่า 4 คน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นสายลับของพม่าได้หายตัวไปในพื้นที่นี้ ซึ่งทางการพม่าโจมตีว่า ทหารไทใหญ่ RCSS/SSA เป็นผู้จับตัวสายลับชาวพม่าทั้ง 4 คนไปกุมขัง ด้าน RCSS/SSA ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ โฆษกของ RCSS/SSA เปิดเผยว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ร้องเรียนไปยังนายอ่องมิน ผู้นำทีมเจรจาสันติภาพของรัฐบาลพม่าแล้ว แต่ยังไม่มีท่าทีใดๆจนถึงขณะนี้ ทั้งนี้ RCSS/SSA กับรัฐบาลพม่าได้ลงนามหยุดยิงกันเมื่อพฤษภาคมปีที่แล้ว</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">ขอบคุณภาพจาก Irrawaddy</p>
<p style="text-align: justify;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6227</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข่าวไวท์ ข่าวไว: ดาไลลามะ ประณามการโจมตีชาวมุสลิมในพม่า</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6222</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6222#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 May 2013 03:35:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิดีโอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6222</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><iframe width="420" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/IPiGUbvOQ5o" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6222</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มองอนาคตมหาวิทยาลัยพม่า</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6214</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6214#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 May 2013 15:30:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6214</guid>
		<description><![CDATA[ย่างกุ้ง ประเทศพม่า &#8211; โมซะ นักศึกษาเอกฟิสิกส์วัย 23 ปีจากวิทยาลัย มยิงจานใกล้กับมัณฑะเลย์เล่าว่า นักเรียนในชั้นจำนวนมากที่ไม่ได้เข้ามานั่งเรียน &#8220;นักเรียนส่วนใหญ่มาเพื่อเช็คชื่อเท่านั้นแล้วก็ไป&#8221; เขาบอกว่า การติดสินบนกับครูเพื่อแลกกับเกรดดีๆ และการโกงการสอบเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป &#160; คอมพิวเตอร์มีราคาแพง นักเรียนจึงมักจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ในขณะที่ห้องแล็บทางวิทยาศาตร์ยังคงขาดแคลนเครื่องมือ โมซะ บอก &#160; และเนื่องจากไม่มีหอพัก ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่รัฐบาลทหารต้องการป้องกันไม่ให้นักศึกษารวมตัวกันเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำให้นักศึกษาจำนวนมากที่มาจากพื้นที่ ห่างไกลต้องเช่าห้องพักอยู่ ซึ่งไม่ปลอดภัยและไม่มีการดูแลยามป่วยไข้ &#160; แต่ที่เลวร้ายที่สุดที่โมซะและเพื่อนๆ รู้สึกก็คือ ใบปริญญาแทบไม่มีค่าอะไรเลย &#8220;นักศึกษาส่วนมาก หลังจากที่เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ&#8221; โมซะ กล่าว &#160; มหาวิทยาลัยหลายแห่งในย่างกุ้ง นักศึกษาจำนวนมากก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน และที่วิทยาลัยแพทย์ ร่างอาจารย์ใหญ่เพียงหนึ่งร่างต้องใช้สำหรับนักศึกษาถึง 50 คนหรือมากกว่านั้นในการผ่าตัด เยจ่อ นักศึกษาวัย 18 ปี จากสถาบันวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์กล่าวว่า นักศึกษาต้องเขียนโค้ดโปรแกรมลงบนกระดาษ &#160; ขณะที่ซูซูลิน นักศึกษาปริญญาตรีจากสถาบันเศรษฐศาสตร์ย่างกุ้ง กล่าวว่า สิ่งที่นักศึกษาต้องการมากที่สุดคือ เสรีภาพทางการศึกษา &#8220;รัฐบาลได้ปิดกั้นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เรารู้ มันเหมือนกับว่า พวกเขากำลังปิดกั้นสมองของเราอยู่&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/edu.jpg" rel="lightbox[6214]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6215" title="edu" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/edu.jpg" alt="" width="600" height="402" /></a></p>
<p>ย่างกุ้ง ประเทศพม่า &#8211; โมซะ นักศึกษาเอกฟิสิกส์วัย 23 ปีจากวิทยาลัย มยิงจานใกล้กับมัณฑะเลย์เล่าว่า นักเรียนในชั้นจำนวนมากที่ไม่ได้เข้ามานั่งเรียน &#8220;นักเรียนส่วนใหญ่มาเพื่อเช็คชื่อเท่านั้นแล้วก็ไป&#8221; เขาบอกว่า การติดสินบนกับครูเพื่อแลกกับเกรดดีๆ และการโกงการสอบเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คอมพิวเตอร์มีราคาแพง นักเรียนจึงมักจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ในขณะที่ห้องแล็บทางวิทยาศาตร์ยังคงขาดแคลนเครื่องมือ โมซะ บอก<span id="more-6214"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และเนื่องจากไม่มีหอพัก ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่รัฐบาลทหารต้องการป้องกันไม่ให้นักศึกษารวมตัวกันเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำให้นักศึกษาจำนวนมากที่มาจากพื้นที่</p>
<p>ห่างไกลต้องเช่าห้องพักอยู่ ซึ่งไม่ปลอดภัยและไม่มีการดูแลยามป่วยไข้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ที่เลวร้ายที่สุดที่โมซะและเพื่อนๆ รู้สึกก็คือ ใบปริญญาแทบไม่มีค่าอะไรเลย &#8220;นักศึกษาส่วนมาก หลังจากที่เรียนจบแล้วไม่มีงานทำ&#8221; โมซะ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มหาวิทยาลัยหลายแห่งในย่างกุ้ง นักศึกษาจำนวนมากก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน และที่วิทยาลัยแพทย์ ร่างอาจารย์ใหญ่เพียงหนึ่งร่างต้องใช้สำหรับนักศึกษาถึง 50 คนหรือมากกว่านั้นในการผ่าตัด เยจ่อ นักศึกษาวัย 18 ปี จากสถาบันวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์กล่าวว่า นักศึกษาต้องเขียนโค้ดโปรแกรมลงบนกระดาษ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่ซูซูลิน นักศึกษาปริญญาตรีจากสถาบันเศรษฐศาสตร์ย่างกุ้ง กล่าวว่า สิ่งที่นักศึกษาต้องการมากที่สุดคือ เสรีภาพทางการศึกษา &#8220;รัฐบาลได้ปิดกั้นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เรารู้ มันเหมือนกับว่า พวกเขากำลังปิดกั้นสมองของเราอยู่&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ในชั้นเรียนประวัติศาสตร์ พวกเขาจะพูดเสมอว่า กองทัพได้ช่วยให้เรารอดพ้นจากอันตรายบ้าง กองทัพช่วยกู้ชาติไว้บ้างหละ&#8221; เธอบอก &#8220;แต่จริงๆ แลัวมันไม่ใช่&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาของพม่าต้องพบกับวิกฤติในช่วงที่รัฐบาลเผด็จการทหารปกครองมากว่า 50 ปี จนกระทั่งสิ้นสุดรัฐบาลทหารเมื่อปี 2011</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงปี 1988 ที่นักศึกษาก่อการประท้วงทั่วประเทศ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ มีผู้เสียชีวิตโดยน้ำมือของรัฐบาลทหารและถูกจับกุมจำนวนหลายพันคน รัฐบาลทหารได้ผลักดันให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีไปอยู่ในเขตชนบทเพื่อป้องกันไม่ให้นักศึกษารวมตัวกันประท้วงอีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บรรดานักวิชาการถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและถูกไล่ออกหากรัฐบาลไม่พอใจผลงานวิจัย รัฐบาลทหารได้เข้ามาจัดการกับมหาวิทยาลัยให้เป็นของรัฐ หลายแห่งถูกปล่อยให้หญ้าขึ้นรกร้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาก็เหมือนกับป่าที่สวยงามหลังจากถูกทิ้งระเบิด&#8221; ชารล์ส เอ็ม ไวเนอร์ อาจารย์จาก คณะแพทย์ศาสตร์ สถาบันจอห์นส์ฮ็อปสกิน กล่าวผ่านโทรศัพท์ เขาได้เดินทางมาสอนที่วิทยาลัยการแพทย์ในพม่าหลายแห่งโดยได้กล่วว่า บรรดานายพลได้ทำลายระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาโดยวิธีการที่น่าเหลือเชื่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามตอนนี้ก็คือ จะเกิดอะไรขึ้นท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในพม่า ที่เปลี่ยนจากรัฐบาลเผด็จการไปเป็นประชาธิปไตย นางอองซาน ซูจีที่เคยถูกกักบริเวณหลายปีก็ได้กลายมาเป็นสมาชิกในรัฐสภาแล้ว และเดือนที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เอกชนหลายฉบับก็ได้รับอนุญาตให้ตีพิมพืเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นักศึกษาและอาจารย์กล่าวว่า ขณะนี้ค่อยมีความหวังขึ้นมาใหม่เมื่อรัฐบาลเริ่มรื้อระบบอุดมศึกษาขึ้นมา &#8220;เราอยู่ในห้องมืดๆ มาโดยตลอด แต่ตอนนี้เราพอจะมองเห็นแสงเล็กๆแล้ว&#8221; เยทุนเรน นักศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยการเดินเรือพม่ากล่าว &#8220;เรากำเลังเดินไปยังแสงนั้นด้วยความหวัง&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ก็ยังมีข้อที่น่ากังขาอยู่ว่า รัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ ที่ยังถูกควบคุมโดยอดีตทหาร ต้องการวางมือจากการเข้าควบคุมระบบการศึกษาหรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เต่งลวิน โฆษกพรรคเอ็นแอลดีด้านการศึกษา ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน กำลังร่วมมือกับองค์กรเอ็นจีโอหลายองค์กรและบรรดานักวิชาการยื่นเสนอนโยบายการศึกษาแห่งชาติใหม่ เขากล่าวว่า จนถึงขณะนี้รัฐบาลก็ยังไม่ได้เปิดรับแต่อย่างใด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมสงสัยว่า พวกเขาต้องการความเปลี่ยนแปลงจริงหรือไม่&#8221; ดร.เต่งลวิน กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ล่าสุด มีการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นจาก 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2013 &#8211; 2014 ในช่วงที่ประธานาธิบดีเต็งเส่งได้กล่าวประศรัยเมื่อปี 2011 ซึ่งมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เรารู้ดีว่ากระทรวงการศึกษาเป็นกระทรวงที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดในทุกกระทรวง&#8221; คาโรลา เวล์ คณบดี School of Professional and Extended Studies จากวอชิงตัน ที่เพิ่งกลับจากการไปเยือนพม่าเพื่อสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพม่า กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รัฐบาลพม่าได้รับเงินทุนสนันสนุนจากธนาคารโลกและองค์กรอื่นให้กระทรวงศึกษาธิการทำการศึกษาระบบการเรียนการสอน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อเสนอแนะในปี 2014 คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่นำโดยนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านกำลังทำงานเรื่องกฎหมายการปฏิรูปอุดมศึกษาและฟื้นฟูมหาวิทยาลัยย่างกุ้งอยู่ในขณะนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งหนึ่งที่จะเน้นก็คือการบริหารงานอย่างอิสระของมหาวิทยาลัย เควิน แม็คเคนซี ผู้อำนวยการของบริติชเคาน์ซิลในพม่า กล่าว ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของคณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาร่างพระราชบัญญัติอุดมศึกษาถูกตีกลับเนื่องจากมหาวิทยาลัยยังไม่มีอิสระภาพในการบริหารมากพอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มัน&#8221;ยากนิดหน่อยที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายที่มีความคิดต่างกัน ในตอนนี้ก็ยังมีบ้างที่ยังต่อกันไม่่ติด&#8221; เควิน แม็คเคนซี กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การให้อิสระภาพแก่นักศึกษาในการเลือกสาขาวิชาเรียน ปัจจุบันนักศึกษาถูกบังคับให้เลือกเรียนตามคะแนนสอบ จึงได้เรียนในสาขาที่ไม่ได้สนใจหรือเป็นที่ต้องการของตลาดเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทว่า ก็มีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดอยู่ นั่นก็คือการรื้อฟื้นสหภาพนักศึกษาขึ้นมาอีกครั้งหลังจากถูกรัฐบาลห้ามก่อนหน้านี้ โดยพวกเขาหวังว่าจะสนับสนุนให้มีกฎหมายที่ออกมาเพื่อปกป้องสิทธิของพวกเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ยังไม่มีใครสั่งปิดองค์กรของเรา&#8221; ซูซูลิน สมาชิกของสหภาพนักศึกษาที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เช่นเดียวกัน บรรดาอาจารย์ก็กำลังฟื้นฟูสมาคมอาจารย์ขึ้นมาใหม่เพื่อสิทธิของพวกเขา &#8220;มันมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในช่วงสองปีที่ผ่านมา&#8221; ข่ายเมียวทุน เลขาธิการของสมาคมอาจารย์มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง กล่าว &#8220;แต่พวกเราก็ต้องระวังตัวไว้เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือจะมีการกลับลำหรือไม่&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างเชื่องช้ากว่าจะไปครบทุกมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันการศึกษาทั้ง 163 แห่งในพม่า ในเรื่องของอิสระภาพทางการศึกษาและสิ่งที่จำเป็นที่ขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรหรือทรัพยากร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในขณะที่นักศึกษาระดับปริญญาโทได้รับอนุญาตให้เรียนในมหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่ๆ ได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พักอาศัยในหอพักในเขตมหาวิทยาลัยได้ ส่วนนักศึกษาระดับปริญญาตรีก็ยังต้องเรียนในสาขาของมหาิวิทยาลัย บางส่วนก็เลือกเรียนระบบการศึกษาทางไกลที่มามหาวิทยาลัยเฉพาะวันสอบเท่านั้น &#8220;มีการการสอนผ่านโทรทัศน์ แต่บางครั้งที่บ้านของเราก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ เราจึงดูโทรทัศน์ไม่ได้&#8221; เยจ่อ นักศึกษาเอกคอมพิวเตอร์ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นักศึกษาที่เรียนวิชาบัญชีและโปรแกรมคอมพิวเตอร์หลายคนต้องเข้าเรียนในวิทยาลัยอาชีวะเพื่อฝึกฝนทักษะหรือจ้างอาจารย์มาสอนพิเศษ ผู้บริหารในมหาวิทยาลัยกล่าวว่า สถาบันการศึกษามีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อยมากและไม่ได้รับการฝึกฝน แถมยังได้ค่าตอบแทนน้อยมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เจ้าหน้าที่ของเราต่างมีงานล้นมือ&#8221; จ่อมินทุน อดีตอธิการบดีสถาบันเศรษฐศาตร์ย่างกุ้ง กล่าว &#8220;ที่มหาวิทยาลัยของเราไม่มีแผนกแรงงาน&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระบบการศึกษาในพม่าถูกปล่อยปะละเลยมานานจึงต้องอาศัยเวลากว่าที่นักศึกษาและนักการศึกษาจะก้าวทันมาตรฐานสากล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เคิร์ท เมาเซอร์ท อาจารย์จากอเมริกันเซ็นเตอร์ในย่างกุ้งกล่าวว่า การคัดลอกผลงานก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้สถาบันอเมริกันเซ็นเตอร์ได้ร่วมมือกับสถานทูตอเมริกันเปิดห้องเรียนภาษาอังกฤษและวิชาอื่นๆ ในย่างกุ้ง &#8220;เรากำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่คือ นักศึกษาไม่มีทักษะสำหรับงานที่ต้องการผู้ที่จบระดับมหาวิทยาลัย&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบันอเมริกันเซ็นเตอร์กำลังเตรียมยื่นข้อเสนอให้มีการเรียนการสอนออนไลน์ในมหาวิทยาลัย &#8220;นักศึกษาที่นี่กระตือรือร้นและมุ่งมั่นมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา แต่พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเพียงพอ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลจาก In Myanmar, Classrooms Provide Litmus Test of Change โดย LARA FARRAR จาก www.nytimes.com 5 พฤษภาคม 2556</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6214</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายงานพิเศษ &#8211; เหตุโจมตีชาวมุสลิมเขตโอ๊กกั่นใกล้ย่างกุ้ง</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6206</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6206#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 May 2013 11:51:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6206</guid>
		<description><![CDATA[ เขตโอ๊กกั่น &#8211; กลุ่มม็อบชาวพุทธมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านวายนดอว์พร้อมด้วยดาบเป็นอาวุธ ทิ่มแทงชาวมุสลิมไม่ว่าหน้าไหนที่ไม่สามารถหนีทันได้ &#160; โมจ่อ วัย 59 ปีพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวของเขา 5 คนติดอยู่ท่ามกลางม็อบในช่วงบ่ายของวันอังคารที่ผ่านมาในหมู่บ้านวายนดอว์ ที่ชาวพุทธเริ่มโจมตีชุมชนชาวมุสลิม กลุ่มชาวพุทธเข้าไปในบ้านของเขาจากสองด้าน ไล่ต้อนให้คนในบ้านออกไปที่ถนนและไล่ฟันพวกเขาก่อนที่จะลงมือเผาบ้าน &#160; &#8220;ในขณะที่พวกเรากำลังวิ่งหนีอยู่นั้น พวกเขาใช้มีดและพร้าทำร้ายเรา ทุกคนในครอบครัวของผมได้รับบาดเจ็บ&#8221; เขากล่าว &#8220;น้องสาวคนเล็กของภรรยาผมและลูกสาวทั้งสองคนของผมหายไป เราไม่รู้ว่าพวกเขาไปอยู่ที่ไหน&#8221; &#160; หัวหน้าครอบครัวอย่างโมจ่อกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อเขาต้องเล่าย้อนไปในเหตุการณ์ขณะที่ม็อบพยายามฟันศีรษะของเขาด้วยมีดดาบ แต่เขายกมือขึ้นบังไว้ป้องกันตัวจึงถูกฟันเข้าที่มือแทน &#160; &#8220;เรารู้ชื่อคนที่ทำร้ายเราทุกคน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เราเคารพคนพุทธแม้ิว่าเราจะเป็นชาวมุสลิมก็ตาม&#8221; &#160; การสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ในเขตโอ๊กกั่น ที่ตั้งอยู่ใกล้หักับย่างกุ้งไปเพียง 100 กิโลเมตร มีการสอบพยานผู้เห็นเหตุการณ์มากกว่า 30 คน ได้ความว่า กลุ่มชาวพุทธดังกล่าวมีการจัดตั้งมาเป็นอย่างเป็นระบบระเบียบ ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางจากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งโดยการเดินเท้าและใช้รถบรรทุกเป็นยานพาหนะ &#160; การโจมตีชาวมุสลิมใกล้กับเมืองหลวงเก่าในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีชาวมุสลิมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชาวมุสลิมในพม่าเป็นประชาชนส่วนน้อยมีจำนวน 4 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในประเทศ โดยเหตุการณ์รุณแรงต่อชาวมุสลิมเริ่มต้นขึ้นในรัฐอาระกันในช่วงกลางปี 2012 ที่ผ่านมา ซึ่งการปะทะกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในรัฐอาระกันส่งผลให้มีผู้พลัดถิ่นที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ในขณะที่เหตุรุนแรงต่อชาวมุสลิมในเมืองเมกทีลา ตอนกลางของพม่า ส่งผลให่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 43 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/violence.jpg" rel="lightbox[6206]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6207" title="violence" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/violence.jpg" alt="" width="640" height="439" /></a></p>
<p style="text-align: left;"> เขตโอ๊กกั่น &#8211; กลุ่มม็อบชาวพุทธมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านวายนดอว์พร้อมด้วยดาบเป็นอาวุธ ทิ่มแทงชาวมุสลิมไม่ว่าหน้าไหนที่ไม่สามารถหนีทันได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โมจ่อ วัย 59 ปีพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวของเขา 5 คนติดอยู่ท่ามกลางม็อบในช่วงบ่ายของวันอังคารที่ผ่านมาในหมู่บ้านวายนดอว์ ที่ชาวพุทธเริ่มโจมตีชุมชนชาวมุสลิม กลุ่มชาวพุทธเข้าไปในบ้านของเขาจากสองด้าน ไล่ต้อนให้คนในบ้านออกไปที่ถนนและไล่ฟันพวกเขาก่อนที่จะลงมือเผาบ้าน<span id="more-6206"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ในขณะที่พวกเรากำลังวิ่งหนีอยู่นั้น พวกเขาใช้มีดและพร้าทำร้ายเรา ทุกคนในครอบครัวของผมได้รับบาดเจ็บ&#8221; เขากล่าว &#8220;น้องสาวคนเล็กของภรรยาผมและลูกสาวทั้งสองคนของผมหายไป เราไม่รู้ว่าพวกเขาไปอยู่ที่ไหน&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หัวหน้าครอบครัวอย่างโมจ่อกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อเขาต้องเล่าย้อนไปในเหตุการณ์ขณะที่ม็อบพยายามฟันศีรษะของเขาด้วยมีดดาบ แต่เขายกมือขึ้นบังไว้ป้องกันตัวจึงถูกฟันเข้าที่มือแทน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เรารู้ชื่อคนที่ทำร้ายเราทุกคน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เราเคารพคนพุทธแม้ิว่าเราจะเป็นชาวมุสลิมก็ตาม&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ในเขตโอ๊กกั่น ที่ตั้งอยู่ใกล้หักับย่างกุ้งไปเพียง 100 กิโลเมตร มีการสอบพยานผู้เห็นเหตุการณ์มากกว่า 30 คน ได้ความว่า กลุ่มชาวพุทธดังกล่าวมีการจัดตั้งมาเป็นอย่างเป็นระบบระเบียบ ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางจากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งโดยการเดินเท้าและใช้รถบรรทุกเป็นยานพาหนะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การโจมตีชาวมุสลิมใกล้กับเมืองหลวงเก่าในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีชาวมุสลิมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชาวมุสลิมในพม่าเป็นประชาชนส่วนน้อยมีจำนวน 4 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในประเทศ โดยเหตุการณ์รุณแรงต่อชาวมุสลิมเริ่มต้นขึ้นในรัฐอาระกันในช่วงกลางปี 2012 ที่ผ่านมา ซึ่งการปะทะกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในรัฐอาระกันส่งผลให้มีผู้พลัดถิ่นที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ในขณะที่เหตุรุนแรงต่อชาวมุสลิมในเมืองเมกทีลา ตอนกลางของพม่า ส่งผลให่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 43 คน และไร้ที่อยู่อาศัยมากกว่า 12,000 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การโจมตีต่อต้านชาวมุสลิมอย่างต่อเนื่องเป็นอุปสรรคต่อแผนการปฏิรูปประเทศของประธานาธิบดีเต็งเส่ง ซึ่งได้รับคำชมเชยจากนานาชาตินับตั้งแต่รัฐบาลเผด็จการทหารชุดก่อนส่งต่ออำนาจในการบริหารประเทศให้กับรัฐบาลพลเรือนของเขาในปี 2011</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การโจมตีชาวมุสลิมครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเขตโอ๊กกั่นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังมีการทะเลาะวิวาทกันระหว่างสามเณรรูปหนึ่งกับสตรีคนหนึ่ง ซึ่งได้สร้างความโกรธแค้นให้กับคนในชุมชน และนับว่าเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงในชุมชนที่เกิดขึ้นใกล้กับย่างกุ้งมากที่สุด นับตั้งแต่เหตุรุนแรงได้เริ่มขึ้นในภาคกลางของประเทศเมื่อเดือนทีนาคมที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อชิน โพน ญา สามเณรที่มีาส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในโอ๊กกั่นกล่าวถึงที่มาที่ไปสาเหตุที่การทะเลาะเบาะแว้งเล็กๆ น้อยๆ บานปลายเป็นเรื่องใหญ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;สามเณรออกจากวัดเพื่อไปบิณฑบาต หญิง(ชาวมุสลิม)คนหนึ่งเดินสวนมาโดยไม่ได้หลีกทางให้ เธอเดินชนบาตรจนบาตรตกลงบนพื้น และเผลอเหยียบฝาบาตรจนแตกโดยไม่ได้ตั้งใจ พอคนแถวนั้นเห็นเข้าจึงบอกให้เธอขอโทษสามเณร&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หญิงสาวชาวมุสลิมและสามเณรถูกควบคุมตัวโดยตำรวจและได้รับการปล่อยตัวจากนั้นสองชั่วโมงหลังจากหญิงมุสลิมขอโทษ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หลังจากที่ทั้งสองออกมาจากสถานีตำรวจ ก็มีหญิงมุสลิมอีกคนหนึ่งมาจับตัวสามเณรและเขย่า โดยกล่าวหาว่าสามเณรโกหกเจ้าหน้าที่ ทำให้หญิงมุสลิมทั้งสองคนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทันที กลุ่มคนเริ่มมารวมตัวกันนอกสถานีตำรวจ และเริ่มโกรธแค้นในขณะที่เจ้าหน้าที่จะหายไปนานและบอกกับพวกเขาว่ามีการสอบสวน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หญิงชาวมุสลิมทั้งสองยังคงถูกขัง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธไม่อนุญาตให้นักข่าวสัมภาษณ์หญิงทั้งสอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันอังคาร กลุ่มวัยรุ่นชายชาวพุทธได้ไปรวมตัวกันที่โอ๊กกั่นและเริ่มโจมตีทำลายข้าวของของขาวมุสลิม พวกเขาจุดไฟเผาอาคารหลายแห่ง ยกเว้นอาคารที่ใกล้กับบ้านของชาวพุทธ มัสยิดแห่งหนึ่งถูกโจมตี คัมภีร์โกหร่านถูกโยนทิ้งลงในบ่อน้ำนอกลาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมนับถือชาวพุทธ และแม้แต่ลูกชายของผมก็ยังบวชเป็นพระ&#8221; ติ่นหม่องตาน เจ้าของร้านเสื้อผ้าที่ถูกกลุ่มม็อบโจมตี กล่าว &#8220;ผมทำดีที่สุดในชีวิตเพื่อให้อยู่ร่วมกับชุมชนที่นี่ แต่พวกเขากลับใช้โอกาสนี้ทำลายครอบครัวของผม&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมไม่คิดว่า มันเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เกี่ยวข้องกับศาสนา มันก็แค่ความรุนแรงเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้นเอง ชาวมุสลิมที่นี่ไม่ได้รับการปกป้องมากพอ พวกเราที่นี่ต่างก็อ่อนแอมาก&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหตุการณ์ความรุนแรงยังคงต่อเนื่องไปจนช่วงกลางคืนของวันพุธ โดยมีหมู่บ้านของชาวมุสลิมอย่างน้อยหนึ่งแห่งถูกรือถอนโดยกลุ่มม็อบ ร้านรวงต่างๆ ปิดทำการในวันพุธขณะที่ตำรวจได้ปิดตลาดในวันพฤหัสเนื่องจากเกรงว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งชาวพุทธและมุสลิมที่สำนักข่าวอิระวดีสัมภาษณ์กล่าวว่า เหตุรุนแรงเกิดขึ้นจากม็อบที่เดินทางมากับรถบรรทุก หมู่บ้านชาวมุสลิมบางแห่งนอกเขตโอ๊กกั่นก็ถูกโจมตีโดยชาวพุทธจากหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ยังนั่งร่วมโต๊ะกันในงานประเพณีกันอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เราไม่เคยมีปัญหากันเลยในอดีต เรายังได้เฉลิมฉลองพิธีทางศาสนาอิสลามด้วยกันเมื่อไม่นานมานี้ &#8221; เอโป ผู้ใหญ่บ้านโจจา หมู่บ้านชาวพุทธที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านยัดดะนากง ไป 500 เมตร ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้มีแรงงานชาวมุสลิมอพยพมาจากภาคภะโคอาศัยอยู่ &#8220;คนที่เผาหมู่บ้านยัดดะนากงไม่ได้มาจากหมู่บ้านของผม พวกเขานั่งรถบรรทุกมาจากที่อื่น&#8221; เขากล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชาวบ้านอีก 15 คนที่หลบแดดอยู่ในเพิงเล็กๆ ติดกับซากเถ้าถ่านของหมู่บ้านยัดดะนากง ยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;พวกเขานั่งรถบรรทุกมาเป็นกลุ่มใหญ่ เราไม่รู้ว่าพวกเขามาจากไหนเพราะเราต้องหนี พวกเขามากันประมาณ 50 คน&#8221; เต่งทุนกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไวติ่น หญิงชราในหมู่บ้านยัดดะนากงกำลังเป็นห่วงถึงอนาคตข้างหน้าหลังจากที่พวกเขาต้องกลับไปที่ภาคพะโค เพราะที่นั่นเกิดเหตุกาณ์โจมตีชาวมุสลิมขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ฉันรู้สึกขอบคุณที่ยังมีร่มไม้ให้เราหลับนอนได้ แต่เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต หน้าฝนกำลังจะมาถึง เราไม่มีอะไรเหลือแล้ว ทุกอย่างถูกเผาทำลายในกองไฟ ยังไม่มีใครมาช่วยพวกเราเลย&#8221; หญิงชรา กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลายกิโเมตรขึ้นไปทางทิศเหนือคือหมู่บ้านจวยโพนเลย หมู่บ้านของชาวมุสลิมที่ถูกทำลาย ในช่วงค่ำวันอังคารที่ผ่านมา ชาวชาวพุทธจาห 3 หมู่บ้านใกล้เคียงได้เดินทางเข้ามาโจมตีหมู่บ้าน หลังประกอบพิธีละหมาดในช่วงเย็นเสร็จสิ้นลงได้ไม่ ทุกคนต่างหนี และได้ค้างคืนด้วยความหวาดกลัวในพงหญ้าริมแม่น้ำโดยมองเห็นหมู่บ้านถูกเพลิงเผาผลาญอยู่ต่อหน้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชาวบ้านในจวยโพนเลกล่าวว่า พวกเขารู้จักขื่อคนที่มาโจมตีทุกคน และเมื่อบู้บัญชาการทหารของทย่างกุ้งเดินทางมายังพื้นที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พวกเขาได้มอบรายชื่อของผู้โจมตีให้แก่เจ้าหน้าที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชาวบ้านที่ไม่เปิดเผยชื่อคนหนึ่งกล่าวว่า ผู้ที่เข้ามาโจมตีได้ร้องตะโกนและขว้างปาก้อนหินเข้าไปยังมัสยิด &#8220;พวกเราก็อยากที่จะตอบโต้แต่ว่ามีเด็กอยู่กับเราจำนวนมาก เราจึงต้องหนี&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;พวกเขาเผาบ้านทุกหลัง รวมถึงมัสยิดและโรงเรียนด้วย คนที่โจมตีเพื่อนบ้านของฉันเคยมาหาและกินข้าวด้วยกันที่บ้านของฉัน&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มาร์พยา วัย 70 ปี มองดูการทำลายล้างที่เกิดขึ้นด้วยความหวาดกลัว &#8220;ฉันแทบจะหายใจไม่ออก ตอนที่ฉันเห็นบ้านตัวเองถูกเผาวอด&#8221; เธอกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต่างจากหมู่บ้านยัดดะนากง ชาวบ้านหมู่บ้านจวยโพนเลได้รับการคุ้มกันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซานมิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารักษาความปลอดภัยที่นี่เชื่อว่า กลุ่มที่มาโจมตีเป็นผู้ที่ฉวยโอกาสโดยใช้กลุ่มเคลื่อนไหวชาวพุทธบังหน้า ซึ่งกลุ่มชาวพุทธดังกล่าวได้เริ่มเคลื่อนไหวในรัฐมอญ สนับสนุนการแบ่งแยกเชื้อชาติ และต่อต้านชาวมุสลิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;คนเหล่านั้นต้องการใช้โอกาสนี้ทำลายทรัพย์สินของชาวมุสลิม&#8221; เขากล่าว โดยระบุว่าภูมิประเทศของหมู่บ้านนี้เป็นอุปสรรคทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่เพื่อหยุดเหตุจลาจลได้ทันเวลา &#8220;ตอนที่ตำรวจมาถึงก็ช้าเกินไปแล้ว เราคิดว่าความขัดแย้งมาไม่ถึงหมู่บ้านนี้ด้วยซ้ำ เพราะถนในพื้นที่มีสภาพแย่มากต้องอาศัยการเดินทางข้ามน้ำ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่สถานีตำรวจโอ๊กกั่น เต็ด ลวิน หัวหน้าตำรวจในย่างกุ้งกล่าวว่า ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้จำนวน 20 คนแล้ว ซึ่งรวมไปถึงหญิงชาวมุสลิม 2 คนที่ถูกควบคุมตัวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่&#8221; เขากล่าวถึงผู้ต้องสงสัย &#8220;พวกเขาเกิดฟิวขาด พวกเขาดื่มเหล่าแล้วไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ นี่คืส่งที่เกิดขึ้น คนที่ถูกจับทุกคนมาจากโอ็กกั่นทั้งหมด มีคนพูดว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเลย&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่พระอาวุโสฉ่วยญาวา กล่าวว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้อง &#8220;เราต้องร่วมมือกันหยุดยั่งความรุนแรงที่เกิดขึ้น มันไม่เพียงแค่ดีต่อชาวโอ๊กกั่นเท่านั้น แต่ยังดีต่อประเทศพม่าด้วย หากความขัดแย้งได้แพร่ขยายไปทั่วประเทศเพราะเรื่องศาสนา ก็อาจจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้น ถ้ายังคงมีเหตุรุณแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ประเทศพม่าจะต้องตกอยู่ในหนทางที่มืดมน&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ประชาชนของเราไม่เข้าใจว่านี่คือเรื่องการเมืองที่ปลุกปั่นให้เกิดเหตุรุนแรง มีคนที่คอยจุดไฟ่แห่งความรุนแรง ถ้ายังคงมีไฟมากไปกว่านี้ มันก็ยากที่จะหยุดได้&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว กลุ่มสุดขั้วทางศาสนาได้เข้ามาในโอ๊กกั่น ในขณะที่พระสงฆ์ชาตินิยมได้มีการประกาศการเคลื่อนไหวกลุ่ม 969 โดยเริ่มมีการปราศัยเรียกร้องให้ขับชาวมุสลิมออกจากประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เหตุรุนแรงได้กระทบต่อชาวพุทธที่มีสายสัมพันธ์กับชาวมุสลิมด้วยเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยินยินซาน ลูกสะใภ้ของโมจ่อ ชายชาวมุสลิมที่ถูกโจมตีด้วยมีดดาบในเมืองวายอนดอว์ เธอเป็นชาวพุทธและเป็นสมาชิกแกนนำสาขาพรรคเอ็นแอลดี ของนางอองซานซูจี สามีของเธอนอนอยู่ข้างๆ บนเตียงคนไข้ของโรงพยาบาลโดยมีแผลเหวอะหวะที่ศีรษะและแขน เธอบอกกับผู้สื่อข่าวอิระวดีเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำให้หมู่บ้านของธอไม่มีชาวมุสลิมลงเหลืออยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ไม่มีชาวมุสลิมหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านเลย ฉันเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แต่ยืนมองในขณะที่ม็อบทำลายบ้านของฉัน&#8221; เธอบอก &#8220;ตำรวจกลัวกลุ่มคนที่เข้ามาโจมตี&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ฉันแต่งงานกับสามีชาวมุสลิมเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ตอนนี้ฉันถูกโจมตีอยู่เป็นประจำเพราะไปแต่งงานกับชาวมุสลิม พวกเขาไม่ต้องการเห็นชาวมุสลิมเดินอยู่บนถนน&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ห้าเดือนที่แล้ว พระสงฆ์บางส่วนได้กล่าวปราศัยเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม 969 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เกิดความตึงเครียด ชาวพุทธหลายคนบอกให้ฉันหย่ากับสามี&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วินโช หญิงที่ถูกโจมตีในหมู่บ้านวังคิดกล่าวว่า เหตุรุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนทั้งหมด &#8220;ตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทำร้ายทุกคน ทั้งคนแก่ เด็ก ผู้หญิง สมควรแล้วหรือที่เด็กจะต้องมาถูกฆ่าเพราะเรื่องนี้&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ตอนนี้ในชุมชนมีการขู่อยู่บ่อยครั้งว่าจะมีการฆ่าชาวมุสลิม เราต้องทุกข์ทรมาณมากกว่านี้อีกหรือ ฉันจะดีใจที่พวกเขาฆ่าชาวมุสลิมให้ตาย ดีกว่าทำร้ายเราจนพิการ ถ้าอยากฆ่าเราก็เชิญเลย&#8221; วินโช กล่าวด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชินยินซานกล่าวว่า เธอถูกเลือกปฏิบัตินับตั้งแต่กลุ่มเคลื่อนไหว 969 เข้ามาในพื้นที่ &#8220;ฉันต้องการบอกความจริง ฉันรักความจริง ตอนนี้พวกเรากลายเป็นคนที่รู้สึกว่ายอมตายดีกว่าอยู่ ในฐานะที่ฉันเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้นำของพรรคเอ็นแอลดีในโอ๊กกั่น ขอประกาศต่อต้านการแบ่งแยกศาสนา&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ก่อนหน้านี้ มีคนนับถือฉันมากมาย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว นับตั้งแต่กลุ่ม 969 ได้ออกมาพูด ตอนนี้ ฉันก็เหมือนเป็นคนนอกแล้ว&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฉ่วยญาวาร์ซะยาดอว์ พระสงฆ์ในโอ๊กกั่นกล่าวว่า &#8220;มีคนที่เล่นการเมืองเป็นคนที่จุดไฟ เป็นผู้ฉวยโอกาส ในชุมชนนี้ ชาวพุทธและชาวมุสลิมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ เราไม่ควรขับชาวมุสลิมออกจากชุมชน หากคนยังคงเผาทำลายมัสยิด วัฏจักรของความเกลียดชังก็จะไม่มีวันจบสิ้น&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลจาก Anti-Muslim Violence Tears Apart Communities Near Rangoon — Special Report โดย LAWI WENG &amp; DANIEL PYE / THE IRRAWADDY2 พฤษภาคม 2556</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6206</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว้าเสริมเขี้ยวเล็บ ซื้อเฮลิคอปเตอร์จากจีน</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6193</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6193#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 May 2013 04:58:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6193</guid>
		<description><![CDATA[บริษัทเจนส์ อินฟอร์เมชัน กรุ๊ป (Jane&#8217;s Information Group) ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (29 เมษายน) ที่ผ่านมาว่า จีนได้ขายเฮลิคอปเตอร์ให้กับกองทัพว้า กลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุดในพม่า ในรายงานระบุตามแหล่งข่าวของรัฐบาลพม่าและชนกลุ่มน้อยว่า จีนได้ขายเฮลิคอปเตอร์รุ่น Mil Mi-17 ‘Hip’ ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง สามารถดัดแปลงเพื่อติดตั้งปืนจำนวนหลายลำให้กับว้าตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวได้บินผ่านประเทศลาวไปยังเขตปกครองของว้า แทนที่จะบินจากจีนโดยตรง ทางด้าน Bertil Lintner นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านพม่าได้ออกมายืนยันรายงานนี้ Bertil Lintner เปิดเผยว่า ขณะนี้ รัฐบาลพม่าเคลื่อนไหวเพื่อที่ต้องการจะยึดภูเขาทางตะวันตกของแม่น้ำสะละวิน ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งของกองทัพรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA และท้ายสุดทางกองทัพพม่าจะกลับมาโจมตีกองทัพว้า ทางบริษัทเจนส์ อินฟอร์เมชัน กรุ๊ปรายงานว่า ว้าได้ซื้อเฮลิคอปเตอร์จำนวน 5 ลำ รุ่น Mil Mi-17 จากจีน แต่ทางแหล่งข่าวของรัฐบาลพม่ากลับเปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ มีเพียงเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำเท่านั้นที่ถูกส่งไปให้กองทัพว้า ด้านอ่องจ่อซอ นักวิเคราะห์ตรงชายแดนจีน &#8211; พม่าระบุว่า นับตั้งแต่รัฐบาลพม่าลงนามหยุดยิงกับกองทัพรัฐฉาน กองทัพพม่าไม่ได้ถอนกำลังออกจากรัฐฉานแต่อย่างใด แต่กลับพบว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/UWSA.jpg" rel="lightbox[6193]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6194" title="UWSA" src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/UWSA.jpg" alt="" width="610" height="407" /></a></p>
<p style="text-align: justify;">บริษัทเจนส์ อินฟอร์เมชัน กรุ๊ป (Jane&#8217;s Information Group) ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (29 เมษายน) ที่ผ่านมาว่า จีนได้ขายเฮลิคอปเตอร์ให้กับกองทัพว้า กลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุดในพม่า</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-6193"></span></p>
<p style="text-align: justify;">ในรายงานระบุตามแหล่งข่าวของรัฐบาลพม่าและชนกลุ่มน้อยว่า จีนได้ขายเฮลิคอปเตอร์รุ่น Mil Mi-17 ‘Hip’ ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง สามารถดัดแปลงเพื่อติดตั้งปืนจำนวนหลายลำให้กับว้าตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวได้บินผ่านประเทศลาวไปยังเขตปกครองของว้า แทนที่จะบินจากจีนโดยตรง ทางด้าน Bertil Lintner นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านพม่าได้ออกมายืนยันรายงานนี้</p>
<p style="text-align: justify;">Bertil Lintner เปิดเผยว่า ขณะนี้ รัฐบาลพม่าเคลื่อนไหวเพื่อที่ต้องการจะยึดภูเขาทางตะวันตกของแม่น้ำสะละวิน ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งของกองทัพรัฐฉานเหนือ SSPP/SSA และท้ายสุดทางกองทัพพม่าจะกลับมาโจมตีกองทัพว้า ทางบริษัทเจนส์ อินฟอร์เมชัน กรุ๊ปรายงานว่า ว้าได้ซื้อเฮลิคอปเตอร์จำนวน 5 ลำ รุ่น Mil Mi-17 จากจีน แต่ทางแหล่งข่าวของรัฐบาลพม่ากลับเปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ มีเพียงเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำเท่านั้นที่ถูกส่งไปให้กองทัพว้า</p>
<p style="text-align: justify;">ด้านอ่องจ่อซอ นักวิเคราะห์ตรงชายแดนจีน &#8211; พม่าระบุว่า นับตั้งแต่รัฐบาลพม่าลงนามหยุดยิงกับกองทัพรัฐฉาน กองทัพพม่าไม่ได้ถอนกำลังออกจากรัฐฉานแต่อย่างใด แต่กลับพบว่า ตรงกันข้ามกลับเพิ่มกำลังทหารเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อ่องจ่อซอกล่าวว่า นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี โดยระบุ ทางว้าเองอจจะต้องการเตรียมพร้อมหากเกิดสงคราม</p>
<p style="text-align: justify;">ขณะที่การซื้อเฮลิคอปเตอร์ครั้งนี้ มีการมองว่า ทางว้าเองอาจต้องการเสริมเขี้ยวเล็บทางทหาร หากเกิดสงคราม และต้องการแสดงให้เห็นว่า ทางว้าต้องการที่จะเป็นรัฐอิสระปกครองตนเอง ทั้งนี้ กองทัพว้าถือเป็นกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุดในพม่า มีกำลังพล 2 หมื่นคน โดยกองทัพว้า ถือเป็นกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยที่มีอาวุธขั้นสูงและได้พัฒนาทางทหารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้พัฒนาอาวุธจรวดแบบพื้นสู่อากาศ</p>
<p style="text-align: justify;">ศูนย์บัญชาการใหญ่ของว้าอยู่ที่เมืองป๋างซาง ทางตอนเหนือของรัฐฉานใกล้กับชายแดนจีน นอกจากนี้ศูนย์บัญชาการใหญ่แห่งที่สองของว้า ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของรัฐติดชายแดนไทย ขณะที่ทางรัฐบาลพม่าและสหรัฐได้รายงานว่า กองทัพว้ามีรายได้จากการค้ายาเสพติด ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า หากรัฐบาลพม่าทำสงครามกับกองทางว้า เชื่อว่าจะเป็นสงครามครั้งใหญ่</p>
<p style="text-align: justify;">ของคุณภาพจาก http://china-defense.blogspot.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6193</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชาวบ้านในรัฐฉานร้องเรียน ท่อก๊าซจีนไม่ได้มาตรฐาน หวั่นผลกระทบ</title>
		<link>http://salweennews.org/home/?p=6187</link>
		<comments>http://salweennews.org/home/?p=6187#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 May 2013 02:15:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>salween</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://salweennews.org/home/?p=6187</guid>
		<description><![CDATA[มีรายงานว่า ชาวนาจากเมืองน้ำคำ รัฐฉาน เมืองซึ่งมีชายแดนติดกับจีนได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงต่อท่อส่งก๊าซในโครงการฉ่วยก๊าซ (Shwe Gas) ที่เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลพม่าและจีนจะกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ หลังพบว่าการก่อสร้างท่อส่งก๊าซไม่ได้มาตรฐาน โดยพบว่าตรงท่อส่งก๊าซบางช่วงมีรูโหว่และหลุดออกจากกัน &#160; ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ท่อส่งก๊าซที่อยู่ใกล้กับตัวเมืองนั้นไม่ได้ถูกปิดอย่างถูกต้องและไม่ได้ถูกฝังดิน โดยชาวบ้านเป็นห่วงว่าจะทำให้ก๊าซรั่วออกมาหลังจากที่มีการส่งก๊าซ ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องให้ทางพรรคหัวเสือ พรรคการเมืองของไทใหญ่นำเรื่องนี้ไปรายงานต่อเจ้าหน้าที่จีนด้วย &#160; ทั้งนี้ ท่อส่งก๊าซได้พาดผ่านใกล้กับหมู่บ้านกุ๋นหลง เมืองน้ำคำ ตั้งอยู่บนทางหลวงน้ำคำ –บะหม่อ ขณะที่จะมีการส่งก๊าซในเดือนหน้า ซึ่งเรื่องนี้กำลังสร้างความวิตกกังวลต่อชาวบ้านในพื้นที่ ทางด้านจายเอ ชาวนาจากเมืองน้ำคำเปิดเผยว่า ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นได้ถูกร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีประจำรัฐฉานแล้วตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีท่าทีใดๆเกิดขึ้น จายเอระบุว่า ทางชาวบ้านจะประท้วงต่อไปเพื่อต่อต้านโครงการฉ่วยก๊าซ เพื่อไม่ให้มีการส่งก๊าซจนกว่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหา &#160; มีรายงานว่า สมาคมชาวนาทางภาคเหนือของรัฐฉานได้ล่ารายชื่อและส่งจดหมายร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีประจำรัฐฉาน โดยเนื้อหาในจดหมาย ได้ทวงถามว่า หากเกิดกรณีที่ท่อส่งก๊าซรั่วและระเบิด ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเกิดกรณีลักษณะนี้ขึ้นเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชาวบ้านในพื้นที่ โดยได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีประจำรัฐฉานทบทวนข้อเรียกร้องของชาวบ้าน และไม่ทำการส่งก๊าซในเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุนายนนี้ หรือจนกว่าทางการจะแก้ปัญหาสิ่งที่ชาวบ้านหวั่นวิตกได้ &#160; ในข้อเรียกร้องเดียวกันกับทางสมาคมชาวนาทางภาคเหนือของรัฐฉาน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางองค์กรเอ็นจีโอและกลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมลงชื่อและออกแถลงการณ์ร่วมกันที่จะต่อต้านโครงการฉ่วยก๊าซ โดยได้ยื่นสำนำแถลงการณ์ให้กับสถานกงสุลจีนในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย &#160; ที่มา SHAN]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/Gas-pipe-line..jpg" rel="lightbox[6187]"><img class="aligncenter size-full wp-image-6188" title="Gas pipe line." src="http://salweennews.org/home/wp-content/uploads/2013/05/Gas-pipe-line..jpg" alt="" width="600" height="300" /></a></p>
<p>มีรายงานว่า ชาวนาจากเมืองน้ำคำ รัฐฉาน เมืองซึ่งมีชายแดนติดกับจีนได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงต่อท่อส่งก๊าซในโครงการฉ่วยก๊าซ (Shwe Gas) ที่เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลพม่าและจีนจะกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ หลังพบว่าการก่อสร้างท่อส่งก๊าซไม่ได้มาตรฐาน โดยพบว่าตรงท่อส่งก๊าซบางช่วงมีรูโหว่และหลุดออกจากกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span id="more-6187"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ท่อส่งก๊าซที่อยู่ใกล้กับตัวเมืองนั้นไม่ได้ถูกปิดอย่างถูกต้องและไม่ได้ถูกฝังดิน โดยชาวบ้านเป็นห่วงว่าจะทำให้ก๊าซรั่วออกมาหลังจากที่มีการส่งก๊าซ ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องให้ทางพรรคหัวเสือ พรรคการเมืองของไทใหญ่นำเรื่องนี้ไปรายงานต่อเจ้าหน้าที่จีนด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ ท่อส่งก๊าซได้พาดผ่านใกล้กับหมู่บ้านกุ๋นหลง เมืองน้ำคำ ตั้งอยู่บนทางหลวงน้ำคำ –บะหม่อ ขณะที่จะมีการส่งก๊าซในเดือนหน้า ซึ่งเรื่องนี้กำลังสร้างความวิตกกังวลต่อชาวบ้านในพื้นที่ ทางด้านจายเอ ชาวนาจากเมืองน้ำคำเปิดเผยว่า ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นได้ถูกร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีประจำรัฐฉานแล้วตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีท่าทีใดๆเกิดขึ้น จายเอระบุว่า ทางชาวบ้านจะประท้วงต่อไปเพื่อต่อต้านโครงการฉ่วยก๊าซ เพื่อไม่ให้มีการส่งก๊าซจนกว่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีรายงานว่า สมาคมชาวนาทางภาคเหนือของรัฐฉานได้ล่ารายชื่อและส่งจดหมายร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีประจำรัฐฉาน โดยเนื้อหาในจดหมาย ได้ทวงถามว่า หากเกิดกรณีที่ท่อส่งก๊าซรั่วและระเบิด ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเกิดกรณีลักษณะนี้ขึ้นเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชาวบ้านในพื้นที่ โดยได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีประจำรัฐฉานทบทวนข้อเรียกร้องของชาวบ้าน และไม่ทำการส่งก๊าซในเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุนายนนี้ หรือจนกว่าทางการจะแก้ปัญหาสิ่งที่ชาวบ้านหวั่นวิตกได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในข้อเรียกร้องเดียวกันกับทางสมาคมชาวนาทางภาคเหนือของรัฐฉาน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางองค์กรเอ็นจีโอและกลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมลงชื่อและออกแถลงการณ์ร่วมกันที่จะต่อต้านโครงการฉ่วยก๊าซ โดยได้ยื่นสำนำแถลงการณ์ให้กับสถานกงสุลจีนในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา SHAN</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://salweennews.org/home/?feed=rss2&#038;p=6187</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
